“น้ำประปามีกลิ่นคลอรีน แสดงว่าน้ำสะอาด” …นี่คือความเข้าใจที่เราได้ยินกันมานาน และมันก็เป็นความจริงส่วนหนึ่ง เพราะคลอรีนคือฮีโร่ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคในระบบประปา แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ฮีโร่ตัวนี้อาจกลายเป็นผู้ร้ายโดยไม่รู้ตัวเมื่อมันทำปฏิกิริยากับสารบางอย่างในน้ำ จนเกิดเป็นสารประกอบใหม่ที่ชื่อว่า “ไตรฮาโลมีเทน (THMs)”
สารตัวนี้ได้รับการระบุจากองค์กรด้านสุขภาพทั่วโลกว่าเป็น สารก่อมะเร็ง ที่น่ากังวล บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักภัยเงียบที่มากับความสะอาด และวิธีการป้องกันครอบครัวของคุณให้ปลอดภัยที่สุด

THMs คืออะไร? เกิดขึ้นในน้ำประปาได้อย่างไร?
ไตรฮาโลมีเทน (Trihalomethanes – THMs) ไม่ใช่สารที่เติมลงไปในน้ำโดยตรง แต่เป็น “สารผลพลอยได้จากการฆ่าเชื้อ” (Disinfection By-Products)
สมการการเกิด THMs:
คลอรีน (สารฆ่าเชื้อ) + สารอินทรีย์ (ใบไม้, ตะกอน, สาหร่าย) = THMs
ในกระบวนการผลิตน้ำประปา จำเป็นต้องใส่คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่เมื่อคลอรีนไหลไปตามท่อและเจอกับสารอินทรีย์ที่ปนเปื้อนมากับน้ำดิบ หรือตะกอนที่ค้างอยู่ในท่อเก่า จะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนกลายเป็นสารประกอบกลุ่ม THMs (เช่น คลอโรฟอร์ม) ปะปนมากับน้ำที่คุณเปิดใช้ที่บ้าน
อันตรายของ THMs: สารก่อมะเร็ง ที่คุณต้องระวัง
แม้ว่าปริมาณ THMs ในน้ำประปาอาจจะดูน้อยในระดับส่วนต่อพันล้านส่วน (ppb) แต่การได้รับสะสมเข้าสู่ร่างกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งจากการดื่ม การอาบ (สูดดมไอระเหยขณะอาบน้ำอุ่น) หรือการดูดซึมผ่านผิวหนัง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้:
-
ความเสี่ยงโรคมะเร็ง: งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ความสัมพันธ์ระหว่างการรับสัมผัสสาร THMs ในระยะยาวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ สารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer) และ มะเร็งลำไส้ใหญ่
-
ผลกระทบต่อตับและไต: การได้รับสารกลุ่มนี้ในปริมาณมากอาจส่งผลต่อการทำงานของตับและไต
-
ความเสี่ยงต่อหญิงตั้งครรภ์: มีการศึกษาบางส่วนพบว่า THMs อาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงในการแท้งบุตร หรือทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์
หมายเหตุ: มาตรฐานน้ำประปาของไทยและสากลมีการกำหนดค่ามาตรฐาน THMs ไว้เพื่อความปลอดภัย แต่ “การไม่มีเลย” ย่อมดีกว่าสำหรับสุขภาพระยะยาว
เราจะกำจัด THMs และ สารก่อมะเร็ง ออกจากน้ำดื่มได้อย่างไร?
ข่าวดีคือ คุณสามารถกำจัดสารเหล่านี้ได้ด้วยเทคโนโลยีการกรองที่มีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนไม่กล้าใช้น้ำประปา
1. การต้มน้ำช่วยได้ไหม?
การต้มน้ำเดือดสามารถช่วยระเหยสาร THMs บางชนิด (เช่น คลอโรฟอร์ม) ออกไปได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด และยังอาจทำให้สารปนเปื้อนอื่นๆ (เช่น โลหะหนัก) เข้มข้นขึ้นจากการระเหยของน้ำ จึงไม่ใช่วิธีที่แนะนำที่สุดสำหรับการกำจัดสารเคมี
2. พระเอกตัวจริง: ไส้กรองคาร์บอนกัมมันต์ (Activated Carbon)
วิธีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในการกำจัดคลอรีนและสารประกอบของมันคือการใช้ ไส้กรองคาร์บอนกัมมันต์ (โดยเฉพาะแบบ Carbon Block ที่มีคุณภาพสูง)
-
คาร์บอนมีรูพรุนมหาศาลที่ทำหน้าที่ดูดซับสารเคมี กลิ่น และสี
-
สามารถดักจับทั้งคลอรีนอิสระและสารประกอบ THMs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เกราะป้องกันสูงสุด: ระบบ RO (Reverse Osmosis)
หากคุณกังวลเรื่อง สารก่อมะเร็ง และต้องการความมั่นใจ 100% เครื่องกรองน้ำระบบ RO คือคำตอบ เพราะระบบนี้มีทั้ง:
-
Pre-Carbon Filter: กำจัดคลอรีนและ THMs ในด่านแรก
-
RO Membrane: กรองสารละลายและสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กจิ๋วที่อาจหลุดรอดมาได้อีกชั้นหนึ่ง
สรุป: คลอรีนจำเป็นต่อการขนส่ง แต่การกรองจำเป็นต่อการบริโภค
เราไม่สามารถปฏิเสธคลอรีนได้ เพราะมันจำเป็นต่อการรักษาน้ำประปาให้ปลอดเชื้อโรคระหว่างการเดินทางมาถึงบ้านเรา แต่เมื่อน้ำมาถึงก๊อกแล้ว หน้าที่ในการกำจัดคลอรีนและ สารก่อมะเร็ง อย่าง THMs เป็นหน้าที่ของเรา
การติดตั้ง เครื่องกรองน้ำ ที่มีไส้กรองคาร์บอนคุณภาพสูง หรือระบบ RO จึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนเพื่อตัดวงจรความเสี่ยงโรคร้าย และคืนความบริสุทธิ์ให้กับน้ำดื่มของครอบครัวคุณอย่างแท้จริง

