“เจ็บจนดิ้น” คือคำนิยามที่คนเคยเป็น “นิ่วในไต” รู้ซึ้งดีที่สุด ก้อนตะกอนแข็งเล็กๆ ที่ก่อตัวเงียบๆ ในร่างกายเรา สามารถสร้างความเจ็บปวดร้าวรานเมื่อมันเริ่มเคลื่อนตัวไปอุดตันท่อไต หลายคนคิดว่านิ่วเกิดจากการกลั้นปัสสาวะหรือกินเค็มเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว “การดื่มน้ำ” คือปัจจัยชี้ขาดว่าคุณจะเป็นนิ่วหรือไม่
คำถามที่พบบ่อยคือ “น้ำประปาที่เป็นน้ำกระด้างทำให้เป็นนิ่วจริงไหม?” และ “ต้องดื่มน้ำมากแค่ไหนถึงจะล้างนิ่วได้?” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกวิธีป้องกันนิ่วด้วยวิถีธรรมชาติที่ได้ผลที่สุด

นิ่วเกิดขึ้นได้อย่างไร? (ฉบับเข้าใจง่าย)
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังชงน้ำเกลือ
-
หากคุณใส่น้ำเยอะ เกลือจะละลายหมด
-
แต่หากคุณ “ใส่น้ำน้อย” เกลือจะละลายไม่หมดและจับตัวกันเป็นก้อนผลึกก้นแก้ว
นิ่วในไต ก็เกิดขึ้นด้วยหลักการเดียวกัน เมื่อร่างกายขาดน้ำ ปัสสาวะจะมีความเข้มข้นสูงมาก สารต่างๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริก จะไม่สามารถละลายได้หมด จึงตกผลึกจับตัวกันเป็นก้อนแข็งๆ และขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นนิ่ว
“น้ำกระด้าง” ทำให้เป็นนิ่วจริงหรือ?
เป็นข้อถกเถียงกันมานานว่า การดื่มน้ำที่มีหินปูน (แคลเซียมและแมกนีเซียม) สูง หรือที่เรียกว่า น้ำกระด้าง เป็นสาเหตุของนิ่วหรือไม่?
-
ความจริง: งานวิจัยยังคงเสียงแตก แต่ส่วนใหญ่พบว่า ในคนปกติ การดื่มน้ำกระด้างไม่ได้ทำให้เกิดนิ่วโดยตรง เพราะร่างกายขับแร่ธาตุส่วนเกินออกได้
-
แต่สำหรับ “กลุ่มเสี่ยง”: ผู้ที่เคยเป็นนิ่วมาก่อน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นนิ่ว การได้รับแคลเซียมจากน้ำดื่มเพิ่มเข้าไป อาจไปเพิ่มภาระการขับออกของไต และเพิ่มความเสี่ยงในการก่อตัวของผลึกแคลเซียมได้
ดังนั้น แพทย์ส่วนใหญ่มักแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีประวัตินิ่ว หลีกเลี่ยงน้ำแร่ที่มีแคลเซียมสูง หรือน้ำบาดาลที่ไม่ได้ผ่านการกรอง
ทำไม น้ำ RO ถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนกลัวนิ่ว?
หากคุณกังวลเรื่องนิ่ว การเลือกดื่มน้ำจาก เครื่องกรองน้ำระบบ RO (Reverse Osmosis) คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะ:
-
ขจัดแร่ธาตุส่วนเกิน: ระบบ RO กรองแร่ธาตุที่อาจก่อให้เกิดนิ่ว (เช่น แคลเซียมคาร์บอเนต) ออกจากน้ำจนหมด ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าน้ำที่ดื่มเข้าไปจะไม่ไปเพิ่มตะกอนในไต
-
น้ำบริสุทธิ์คือตัวทำละลายที่ดีเยี่ยม: น้ำ RO ที่ไม่มีแร่ธาตุเจือปน (Pure Water) จะมีความสามารถในการ “ชะล้าง” และละลายสารตกค้างในไตได้ดีกว่าน้ำที่มีแร่ธาตุอิ่มตัวอยู่แล้ว
สูตรดื่มน้ำ “สลายความเสี่ยง”
การดื่มน้ำให้ป้องกันนิ่ว ไม่ใช่แค่ดื่มเมื่อหิว แต่ต้องดื่มให้ได้ปริมาณที่มากพอจะทำให้ปัสสาวะเจือจางตลอดเวลา
-
ปริมาณเป้าหมาย: ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 2.5 – 3 ลิตรต่อวัน (หรือประมาณ 10-12 แก้ว) เพื่อให้มีปริมาณปัสสาวะออกมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน
-
เช็คสีปัสสาวะ: นี่คือตัววัดที่ดีที่สุด ปัสสาวะควรเป็น “สีเหลืองจางๆ หรือใส” ถ้าปัสสาวะสีเหลืองเข้ม แสดงว่าคุณดื่มน้ำน้อยไปและมีความเสี่ยงนิ่วก่อตัว
-
ดื่มก่อนนอน: คนเป็นนิ่วมักเกิดผลึกตอนกลางคืนที่ไม่ได้ดื่มน้ำ การดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนนอน (แม้จะทำให้ลุกมาเข้าห้องน้ำ) ช่วยป้องกันปัสสาวะเข้มข้นจัดตอนเช้าได้ดีมาก
สรุป: น้ำคือยาละลายนิ่วที่ดีที่สุด
อย่ารอให้ปวดเอวหรือปัสสาวะเป็นเลือดแล้วค่อยเริ่มดูแลตัวเอง การป้องกัน นิ่วในไต ทำได้ง่ายๆ แค่ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำ
การมี เครื่องกรองน้ำ ที่บ้าน ช่วยให้คุณเข้าถึงน้ำสะอาดได้ตลอดเวลา และช่วยลดความกังวลเรื่องตะกอนหินปูนในน้ำประปา ยิ่งคุณดื่มน้ำสะอาดมากเท่าไหร่ โอกาสที่ตะกอนนิ่วจะก่อตัวขึ้นก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้นค่ะ

