เครื่องกรองน้ำ Mitsubishi Cleansui รีวิวครบทุกรุ่น ปี 2026

เครื่องกรองน้ำ Mitsubishi Cleansui รีวิวครบทุกรุ่น ปี 2026

เมื่อพูดถึงเครื่องกรองน้ำที่ รักษาแร่ธาตุไว้ในน้ำ โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า Mitsubishi Cleansui คือหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด เทคโนโลยี Hollow Fiber UF จากญี่ปุ่นที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นนั้นได้รับการพิสูจน์มาแล้วหลายทศวรรษว่าสามารถกรองเชื้อโรคออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

บทความนี้จะรีวิว Mitsubishi Cleansui ทุกรุ่นที่วางขายในไทย เปรียบเทียบสเปก ราคา ความคุ้มค่า และบอกตรงๆ ว่ารุ่นไหนเหมาะกับใครครับ สำหรับภาพรวมการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ อ่านได้ที่ คู่มือเครื่องกรองน้ำดีที่สุด ปี 2026

เครื่องกรองน้ำ Mitsubishi Cleansui

Mitsubishi Cleansui คืออะไร?

Mitsubishi Cleansui เป็นแบรนด์เครื่องกรองน้ำในเครือ Mitsubishi Chemical ของญี่ปุ่น ก่อตั้งมานานกว่า 30 ปี โดยใช้เทคโนโลยีหลักที่เรียกว่า Hollow Fiber Membrane หรือเมมเบรนเส้นใยกลวง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้ในการฟอกเลือดในทางการแพทย์ก่อนจะนำมาปรับใช้กับการกรองน้ำดื่ม

หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือรูพรุนขนาดเล็กมากที่ 0.1 ไมครอน ซึ่งเล็กพอที่จะกรองแบคทีเรีย ปรสิต และอนุภาคขนาดเล็กออกได้ แต่ใหญ่กว่าโมเลกุลของแร่ธาตุอย่างแคลเซียมและแมกนีเซียม ทำให้แร่ธาตุเหล่านี้ยังอยู่ในน้ำที่ผ่านการกรองแล้ว

จุดเด่นของ Mitsubishi Cleansui ที่ทุกรุ่นมีเหมือนกัน

  • ไม่ใช้ไฟฟ้า — แรงดันน้ำปกติก็เพียงพอ ประหยัดค่าไฟ 100%
  • รักษาแร่ธาตุ — แคลเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุที่จำเป็นยังอยู่ครบ
  • กรองแบคทีเรีย — รูพรุน 0.1 ไมครอน กรอง E. coli และแบคทีเรียส่วนใหญ่ได้
  • ไม่มีน้ำทิ้ง — ต่างจาก RO ที่มีน้ำทิ้ง 3-4 ลิตรต่อน้ำดื่ม 1 ลิตร
  • มาตรฐานญี่ปุ่น — ผ่านการรับรองจาก NSF International และ Water Quality Association (WQA)

รีวิวทีละรุ่น

1. Mitsubishi Cleansui MD101E — รุ่นติดก๊อกราคาประหยัด

MD101E คือรุ่นเริ่มต้นของ Cleansui ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลองใช้เทคโนโลยี Hollow Fiber UF ก่อนโดยไม่ต้องลงทุนมาก ติดตั้งแบบหัวก๊อกไม่ต้องเจาะท่อ มีทั้งหัวก๊อกแบบมาตรฐานที่ใช้ได้กับก๊อกน้ำทั่วไปในไทย

สเปค:

  • ระบบกรอง: Hollow Fiber UF 0.1 ไมครอน
  • อัตราการกรอง: ประมาณ 1.5-2 ลิตร/นาที
  • อายุไส้กรอง: 7,000 ลิตร หรือประมาณ 6-12 เดือน
  • ราคาเครื่อง: ประมาณ 1,500-2,000 บาท
  • ราคาไส้กรองเปลี่ยน: ประมาณ 600-800 บาท

จุดเด่น: ราคาถูกสุดในซีรีส์ Cleansui, ติดตั้งเองง่ายมาก, ไม่ต้องเจาะท่อ
จุดด้อย: อัตราการไหลช้าลงเล็กน้อยเมื่อเปิดโหมดกรอง, ไม่กรอง TDS หรือคลอรีน
เหมาะกับ: ห้องเช่า คอนโด ผู้ที่ต้องการ UF ราคาประหยัด

2. Mitsubishi Cleansui CB073E — รุ่นใต้ซิ้งก์ยอดนิยม

CB073E คือรุ่นที่ขายดีที่สุดในไทย ติดตั้งใต้ซิ้งก์พร้อมก๊อกน้ำดื่มแยกออกมาต่างหาก ทำให้ไม่ต้องสลับโหมดเวลาจะดื่มน้ำ เปิดก๊อกน้ำดื่มได้เลย อีกก๊อกสำหรับใช้งานทั่วไป

สเปค:

  • ระบบกรอง: Hollow Fiber UF 0.1 ไมครอน + Pre-filter Carbon
  • อัตราการกรอง: ประมาณ 2 ลิตร/นาที
  • อายุไส้กรอง: 10,000 ลิตร หรือ 1 ปี
  • ราคาเครื่อง: ประมาณ 4,500-6,000 บาท
  • ราคาไส้กรองเปลี่ยน: ประมาณ 1,200-1,500 บาท

จุดเด่น: มีก๊อกน้ำดื่มแยก สะดวกมาก, อายุไส้กรองยาวขึ้น, มี Carbon Pre-filter ลดกลิ่นได้ด้วย
จุดด้อย: ต้องเจาะก๊อกน้ำเพิ่ม อาจต้องขออนุญาตนิติบุคคลถ้าอยู่คอนโด, ราคาสูงกว่า MD101E
เหมาะกับ: บ้านพักอาศัย ครอบครัวที่ต้องการน้ำดื่มสะดวกทุกวัน

3. Mitsubishi Cleansui MFC2000C — รุ่น Hi-Grade คุณภาพสูง

MFC2000C เป็นรุ่น Top-of-Line ของ Cleansui ที่ใช้ระบบกรอง 2 ขั้นตอน ทั้ง Hollow Fiber UF และ Carbon Block ในตัวเดียว พร้อม Digital Display แสดงอายุไส้กรองที่เหลืออยู่ และอัตราการไหลสูงกว่ารุ่นพื้นฐาน

สเปค:

  • ระบบกรอง: Hollow Fiber UF 0.1 ไมครอน + Carbon Block 2 ขั้นตอน
  • อัตราการกรอง: ประมาณ 3 ลิตร/นาที
  • อายุไส้กรอง: 12,000-15,000 ลิตร
  • ราคาเครื่อง: ประมาณ 8,000-12,000 บาท
  • ราคาไส้กรองเปลี่ยน: ประมาณ 2,000-2,500 บาท

จุดเด่น: อัตราการไหลสูงสุดในซีรีส์ Cleansui, Digital Display บอกอายุไส้กรอง, กรองได้ดีขึ้นด้วยระบบ 2 ขั้น
จุดด้อย: ราคาสูง, ไส้กรองราคาแพงกว่า
เหมาะกับ: ครอบครัวใหญ่ที่ใช้น้ำมาก หรือคนที่ต้องการคุณภาพสูงสุดในซีรีส์ UF

เปรียบเทียบทุกรุ่นในตารางเดียว

รุ่น ประเภท อัตราไหล อายุไส้ ราคาเครื่อง ราคาไส้กรอง/ปี
MD101E ติดหัวก๊อก 1.5-2 ล./นาที 7,000 ล. ~1,800฿ ~700฿
CB073E ใต้ซิ้งก์ 2 ล./นาที 10,000 ล. ~5,200฿ ~1,350฿
MFC2000C ใต้ซิ้งก์ Hi-Grade 3 ล./นาที 13,000 ล. ~10,000฿ ~2,200฿

UF กับ RO ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี?

นี่คือคำถามที่พบบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึง Cleansui เพราะหลายคนสงสัยว่าทำไมไม่เลือก RO ที่กรองได้ดีกว่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอะไรจากน้ำดื่ม

ปัจจัย UF (Cleansui) RO
แร่ธาตุในน้ำ ✅ รักษาไว้ครบ ❌ กรองออกเกือบหมด
ลด TDS ❌ ไม่ลด ✅ ลดได้ 95-99%
กรองแบคทีเรีย ✅ ได้ (0.1 ไมครอน) ✅ ได้ (ดีกว่า)
กรองไวรัส ❌ ส่วนใหญ่ไม่ได้ ✅ ได้บางส่วน
กรองโลหะหนัก ❌ บางส่วนเท่านั้น ✅ ได้ดีมาก
ใช้ไฟฟ้า ❌ ไม่ใช้ ✅ ใช้ (ปั๊ม)
น้ำทิ้ง ❌ ไม่มี ✅ มี (3-4 ลิตร/1 ลิตร)
รสชาติน้ำ คล้ายน้ำประปาแต่สะอาดขึ้น จืดและบริสุทธิ์กว่า

เลือก UF (Cleansui) ถ้า: น้ำในพื้นที่ TDS ไม่สูงมาก (ต่ำกว่า 200 ppm), ต้องการแร่ธาตุ, ไม่อยากใช้ไฟฟ้า, หรือน้ำประปาค่อนข้างสะอาดอยู่แล้วแต่ต้องการกรองเชื้อโรคเพิ่ม

เลือก RO ถ้า: น้ำในพื้นที่ TDS สูง (เกิน 300 ppm), มีโลหะหนักหรือสารเคมีปนเปื้อน, อยู่ใกล้ชายทะเลที่น้ำอาจมีความเค็ม

ต้นทุนรวม 5 ปีของ Cleansui vs ตัวเลือกอื่น

รุ่น/ยี่ห้อ ราคาเครื่อง ไส้กรอง 5 ปี ค่าไฟ 5 ปี รวม 5 ปี
Cleansui MD101E 1,800฿ 3,500฿ 0฿ ~5,300฿
Cleansui CB073E 5,200฿ 6,750฿ 0฿ ~11,950฿
3M AP Easy (Carbon) 2,000฿ 8,000฿ 0฿ ~10,000฿
Xiaomi 400G (RO) 6,500฿ 7,500฿ 1,800฿ ~15,800฿

จะเห็นว่า Cleansui MD101E ต้นทุน 5 ปีต่ำที่สุดในกลุ่มเลยครับ ส่วน CB073E ก็แข่งขันได้ดีเมื่อเทียบกับ Carbon Block ที่ราคาไส้กรองสูงกว่า

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้

น้ำไหลช้าลงผิดปกติ

สาเหตุหลักคือไส้กรองเริ่มอุดตัน วิธีแก้คือล้างไส้กรองย้อนทิศ (Back-flush) โดยเปิดน้ำย้อนกลับในทิศตรงข้าม 2-3 นาที ทำได้ทุก 1-2 เดือน ถ้ายังช้าอยู่ให้เปลี่ยนไส้กรองใหม่

น้ำมีกลิ่นหลังติดตั้งใหม่

เป็นเรื่องปกติสำหรับไส้กรองใหม่ที่มีกลิ่นพลาสติกเล็กน้อย แก้ไขโดยเปิดน้ำทิ้ง 5-10 นาทีก่อนดื่มในครั้งแรก หลังจากนั้นกลิ่นจะหายไปเอง

น้ำไหลออกมาขุ่น

อาจเกิดจากฟองอากาศในไส้กรองใหม่ เปิดน้ำทิ้งสักครู่จะใสเองครับ ถ้ายังขุ่นอยู่หลังจาก 10 นาที ควรตรวจสอบว่าไส้กรองติดตั้งถูกต้องไหม

Mitsubishi Cleansui เหมาะกับใคร?

หลังจากรีวิวมาทั้งหมด สรุปได้ว่า Cleansui เหมาะมากสำหรับ 4 กลุ่มนี้

  1. คนที่กังวลว่า RO กรองแร่ธาตุออกมากเกินไป Cleansui เป็นทางสายกลางที่กรองเชื้อโรคออกแต่คงแร่ธาตุไว้
  2. ผู้ที่ต้องการประหยัดค่าไฟ ไม่ใช้ไฟฟ้าเลย เหมาะกับคนที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายระยะยาว
  3. คนที่อยู่ในพื้นที่น้ำประปาสะอาด เช่น กรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ที่ TDS ต่ำกว่า 200 ppm การใช้ UF เพียงพอแล้ว
  4. คนที่ต้องการเครื่องกรองน้ำ Zero Waste ไม่มีน้ำทิ้งเหมือน RO ที่เสีย 3-4 ลิตรต่อน้ำดื่ม 1 ลิตร

Cleansui ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยู่ในพื้นที่น้ำ TDS สูงกว่า 300 ppm (ภาคตะวันออก, ภาคใต้ชายทะเล, ภาคอีสานบางพื้นที่)
  • คนที่กังวลเรื่องโลหะหนักในน้ำ เช่น ตะกั่ว หรือปรอท ซึ่ง UF กรองได้น้อยกว่า RO
  • คนที่ต้องการน้ำ RO บริสุทธิ์สำหรับชงนมทารกโดยเฉพาะ

คำถามที่พบบ่อย

Q: Cleansui ต่างจาก RO ยังไง?

A: UF ของ Cleansui รักษาแร่ธาตุไว้ในน้ำ ไม่ใช้ไฟฟ้า และไม่มีน้ำทิ้ง แต่ไม่ลด TDS และไม่กรองโลหะหนักได้ดีเท่า RO เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำประปาสะอาดแต่ต้องการกรองเชื้อโรคเพิ่ม ดูการเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ เปรียบเทียบแบรนด์ดัง 2026

Q: ต้องเปลี่ยนไส้กรอง Cleansui บ่อยแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งานและคุณภาพน้ำในพื้นที่ โดยทั่วไปทุก 6-12 เดือน หรือตามจำนวนลิตรที่ระบุในคู่มือ ดูวิธีเปลี่ยนได้ที่ วิธีเปลี่ยนไส้กรองน้ำ 5 ขั้นตอน

Q: Cleansui หาซื้อได้ที่ไหนในไทย?

A: หาซื้อได้ตาม Power Mall, HomePro, Lazada, Shopee หรือตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ทั่วไปครับ

Q: ถ้าน้ำในพื้นที่ TDS สูง ควรเลือกอะไร?

A: ถ้า TDS สูงกว่า 300 ppm แนะนำให้เลือก RO แทน หรือถ้าต้องการน้ำด่างด้วย B Health NEX PLUS เป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ ดูสินค้า B Health

สรุป

Mitsubishi Cleansui เป็นเครื่องกรองน้ำที่ดีมากสำหรับคนที่ต้องการ น้ำสะอาดที่ยังมีแร่ธาตุ ไม่ใช้ไฟฟ้า และไม่มีน้ำทิ้ง ในบรรดาทุกรุ่น CB073E คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการใช้งานในบ้านทั่วไป ส่วน MD101E เหมาะกับคนที่อยู่คอนโดหรืองบน้อย

อย่างไรก็ตาม ถ้าน้ำในพื้นที่คุณมี TDS สูงหรือมีความกังวลเรื่องโลหะหนัก การเลือกระบบ RO หรือเครื่องทำน้ำด่างจาก B Health จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า ดูสินค้า B Health หรือติดต่อขอคำแนะนำฟรีได้เลยครับ