เครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งก์ (under-sink water purifier) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในประเทศไทยในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากข้อดีหลายประการ ประการแรก ความสะอาดสวยงาม การทำให้เครื่องกรองซ่อนอยู่ใต้ซิงค์จะไม่ทำให้พื้นที่บนเคาน์เตอร์ดูแออุดมตัน สำหรับบ้านขนาดเล็กหรือห้องครัวขนาดกะทัดรัด นี่เป็นข้อดีอย่างมาก ประการที่สอง ลดเสียงและการรบกวน เครื่องกรองนั่นจะทำให้ห้องครัวเงียบและสะอาดตา ประการที่สาม การเข้าถึงและการบำรุงรักษา หลังจากการติดตั้งเริ่มแรก การเปลี่ยนตัวกรองอื่น ๆ ก็ง่าย เพราะทั้งหมดอยู่ในที่เดียว ประการที่สี่ ความสะดวก สามารถดื่มน้ำกรองสะอาดได้โดยตรงจากก๎อก RO โดยไม่ต้องรอให้เครื่องกรองแบบตั้งพื้น (countertop) ทำงาน บทความนี้จึงจะแนะนำ 10 รุ่นที่น่าสนใจและได้รับความนิยม พร้อมข้อมูลราคา ลักษณะเด่น และวิธีติดตั้ง
เกณฑ์คัดเลือก 10 รุ่นที่แนะนำ
ในการคัดเลือก 10 รุ่นนี้ ได้มีการพิจารณาเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้: 1) ความนิยมและความเชื่อถือ: รุ่นที่มีการขายดี และผู้ซื้อให้ความเห็นดี 2) ประสิทธิภาพการกรอง: ความสามารถในการลดค่า TDS, ลบแบคทีเรีย, และสารปนเปื้อน 3) ราคาสำหรับงบประมาณต่าง ๆ: รวมรุ่นราคาประหยัด, ปานกลาง, และแพง 4) ความทนทาน: อายุการใช้งาน และคุณภาพของวัสดุ 5) ความง่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษา 6) ความพร้อมใช้งาน: ความง่ายในการหาตัวกรองทดแทน และ บริการหลังการขาย 7) สิ่งแวดล้อม: ระบบกรองใต้ซิ้งก์ที่ลดน้ำเสีย (waste water) เมื่อเทียบกับ RO แบบเดิม การคัดเลือกนี้จึงมีความหลากหลาย เพื่อให้ทุกคนสามารถหารุ่นที่เหมาะกับความต้องการและงบประมาณของตนเอง
รีวิว 10 รุ่น: Mitsubishi Cleansui EU301
Mitsubishi Cleansui EU301 เป็นเครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งก์จากแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดัง Mitsubishi ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาคุณภาพและความทนทาน รุ่นนี้ใช้ระบบ Activated Carbon + Hollow Fiber Membrane ซึ่งสามารถ: 1) ลบคลอรีน, กลิ่น, และสารเคมี 2) ลบแบคทีเรีย และ สารปนเปื้อนขนาดเล็ก ประสิทธิภาพ: ลดค่า TDS ได้ประมาณ 30-50% (ไม่ใช่ RO เต็มรูป) อายุตัวกรอง: 6 เดือน (สำหรับการใช้งานประมาณ 15 ลิตร/วัน) ราคา: ราคาเครื่อง ประมาณ 8,000-10,000 บาท ตัวกรองทดแทน ประมาณ 1,200-1,500 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: คุณภาพดี, ทนทาน, บริการหลังการขายดี, ตัวกรองหาได้ง่าย ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างแพง, ลด TDS ไม่ดีเท่า RO แท้
รีวิว 10 รุ่น: Coway Neo Plus Under-sink
Coway Neo Plus Under-sink มาจากแบรนด์เกาหลี Coway ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการออกแบบและความสะอาด รุ่นนี้มีลักษณะเฉพาะ ได้แก่: 1) ระบบ Multi-stage Filtration ที่มี Pre-filter, RO Membrane, Post-filter 2) สามารถลด TDS ได้ดี (ประมาณ 95%) 3) มีระบบ Smart Indicator ที่บอกเมื่อต้องเปลี่ยนตัวกรอง ประสิทธิภาพ: ลดค่า TDS ได้ประมาณ 95%, ลดแบคทีเรีย, สารเคมี อายุตัวกรอง: 12 เดือน (สำหรับการใช้งานปกติ) ราคา: เครื่อง ประมาณ 12,000-15,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 2,000-2,500 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: ประสิทธิภาพดี, ออกแบบสวยงาม, Smart indicator, ตัวกรองหาได้ง่าย ข้อเสีย: ราคาแพง, น้ำเสีย (waste water) มาก
รีวิว 10 รุ่น: 3M AP2-C405-SG
3M AP2-C405-SG เป็นเครื่องกรองน้ำจากแบรนด์ 3M สหรัฐอเมริกาที่มีความเชื่อถือสูง เครื่องรุ่นนี้ใช้ระบบ Advanced Purification System ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง: 1) ลบ 99.9% ของแบคทีเรีย 2) ลด 99.99% ของ cyst 3) ลบสารเคมี คลอรีน และกลิ่น ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 95-99%, ลดแบคทีเรีย 99.9% อายุตัวกรอง: 12 เดือน หรือ 2,000 ลิตร แล้วแต่อันไหนมาก่อน ราคา: เครื่อง ประมาณ 9,000-11,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 1,500-2,000 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: ประสิทธิภาพสูง, แบรนด์เชื่อถือ, ราคาค่อนข้างเหมาะสม ข้อเสีย: หาตัวกรองได้ยากกว่าแบรนด์อื่น (ต้องสั่งออนไลน์)
รีวิว 10 รุ่น: Panasonic TK-CS20
Panasonic TK-CS20 เป็นเครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งก์จากญี่ปุ่น Panasonic ซึ่งเป็นอีกตัวเลือกยอดนิยม โดยมีลักษณะพิเศษ: 1) ระบบการกรอง 5 ขั้นตอน ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้น้ำสะอาดที่สุด 2) ใช้เทคโนโลยี Mineral Water ที่เพิ่มแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ 3) มีระบบ Reversible หมายความว่าตัวกรองบางส่วนสามารถล้างย้อนกลับ (backwash) ได้ ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 90-95%, ลบแบคทีเรีย, สารเคมี อายุตัวกรอง: 12 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 10,000-13,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 1,800-2,200 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: ประสิทธิภาพดี, เพิ่มแร่ธาตুดี, ตัวกรองบางส่วนซ้ำได้ ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างแพง, ระบบซับซ้อนอาจยากต่อการแก้ไข
รีวิว 10 รุ่น: Xiaomi Under-sink RO 1200G
Xiaomi Under-sink RO 1200G เป็นเครื่องกรองน้ำสมัยใหม่จากแบรนด์จีนซาวทรี ประเทศ Xiaomi ซึ่งมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี สินค้าชิ้นนี้เป็นที่สนใจเพราะราคาที่ประหยัด แต่ยังคงประสิทธิภาพที่ดี: 1) ระบบ RO แท้ที่ลด TDS ได้ดี 2) โฟลว์ (flow rate) 1200 GPD (gallon per day) ซึ่งค่อนข้างสูง 3) มีแอพมือถือ (mobile app) เพื่อติดตามสภาวะตัวกรอง ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 98-99%, ลบแบคทีเรีย, สารเคมี อายุตัวกรอง: 12 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 6,000-8,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 800-1,200 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: ราคาประหยัด, ประสิทธิภาพดี, flow rate สูง, มี app ควบคุม ข้อเสีย: แบรนด์จีน อาจหาตัวกรองได้ยาก, บริการหลังการขายอาจไม่ดี
รีวิว 10 รุ่น: Pureit Marvella RO
Pureit Marvella RO มาจากแบรนด์ Pureit ของอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านการกรองน้ำทั่ว ๆ ไป โดยมีลักษณะที่น่าสนใจ: 1) เครื่องกรองขนาดค่อนข้างกะทัดรัด 2) มีระบบป้องกันแบคทีเรีย (Mineral RO) 3) การติดตั้งทำได้ค่อนข้างง่าย ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 95%, ลบแบคทีเรีย อายุตัวกรอง: 9-12 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 7,500-10,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 1,000-1,500 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: ราคาปานกลาง, ง่ายต่อการติดตั้ง, ตัวกรองหาได้ง่าย ข้อเสีย: ไม่ใช่แบรนด์ระดับสูง, flow rate ต่ำกว่าบ้าง
รีวิว 10 รุ่น: Philips AUT3234
Philips AUT3234 เป็นเครื่องกรองน้ำจากแบรนด์ Philips ของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยมาตรฐานคุณภาพ สินค้านี้มีดังนี้: 1) ระบบ Ultra Filtration ที่เชื่อมต่อกับ RO 2) ลบสารเคมี, คลอรีน, แบคทีเรีย 3) ตัวกรองมีอายุยาว (18 เดือน) ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 95%, ลบแบคทีเรีย อายุตัวกรอง: 18 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 11,000-14,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 1,800-2,300 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: อายุตัวกรองยาว, แบรนด์เชื่อถือ, ประสิทธิภาพดี ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างแพง
รีวิว 10 รุ่น: Mazuma RO Under-sink
Mazuma RO Under-sink เป็นเครื่องกรองน้ำจากแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยม กำลังพัฒนาและมีการปรับปรุงเรื่อย ๆ โดยมีลักษณะ: 1) เครื่องกรองขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพื้นที่ที่แคบ 2) ระบบ RO ดั้งเดิมแต่ประสิทธิภาพดี 3) ราคาค่อนข้างถูก ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 95-98%, ลบแบคทีเรีย อายุตัวกรอง: 12 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 5,500-7,500 บาท ตัวกรอง ประมาณ 600-1,000 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: ราคาประหยัด, ขนาดเล็ก, บริการหลังการขายดี ข้อเสีย: น้ำเสีย (waste water) ค่อนข้างมาก, ไม่ใช่แบรนด์นานาชาติ
รีวิว 10 รุ่น: BRITA mypure Pro X6
BRITA mypure Pro X6 มาจากแบรนด์เยอรมัน BRITA ซึ่งมีประสบการณ์นานในด้านการกรองน้ำ โดยเฉพาะการกรองแบบพกพา (portable) เครื่องรุ่นนี้มี: 1) ระบบ Under-sink ตัวแรกของ BRITA ที่ได้รับการสนใจ 2) ตัวกรอง 6 ระดับ (X6) ที่ออกแบบมาเพื่อความสูงสุด 3) มีฟังก์ชันการควบคุม pH ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 93-96%, ลบแบคทีเรีย, สารเคมี อายุตัวกรอง: 12 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 13,000-16,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 2,200-2,800 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: แบรนด์นานาชาติชื่อดัง, ประสิทธิภาพดี, ออกแบบสวยงาม ข้อเสีย: ราคาแพงค่อนข้าง
รีวิว 10 รุ่น: Stiebel Eltron Under-sink
Stiebel Eltron Under-sink มาจากแบรนด์เยอรมัน Stiebel Eltron ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในด้านเครื่องกรองน้ำและเครื่องให้ความร้อน เครื่องรุ่นนี้มี: 1) ระบบ Triple Filter ที่ประสิทธิภาพสูง 2) ล้างย้อนกลับได้ (backflush) เพื่อความอายุการใช้งานยาว 3) ติดตั้งได้เอง (DIY-friendly) ประสิทธิภาพ: ลด TDS ประมาณ 93%, ลบแบคทีเรีย, สารเคมี อายุตัวกรอง: 15-18 เดือน ราคา: เครื่อง ประมาณ 12,000-15,000 บาท ตัวกรอง ประมาณ 1,500-2,000 บาท ต่อครั้ง ข้อดี: อายุตัวกรองยาว, ออกแบบปกติเกอร์, ล้างย้อนกลับได้ ข้อเสีย: ราคาค่อนข้างแพง, ประสิทธิภาพลด TDS ไม่ดีเท่า RO บ้าง
ตารางเปรียบเทียบ 10 รุ่น
- Mitsubishi Cleansui EU301: TDS 30-50%, ราคา 8,000-10,000 บาท, ตัวกรอง 1,200-1,500 บาท
- Coway Neo Plus: TDS 95%, ราคา 12,000-15,000 บาท, ตัวกรอง 2,000-2,500 บาท
- 3M AP2-C405-SG: TDS 95-99%, ราคา 9,000-11,000 บาท, ตัวกรอง 1,500-2,000 บาท
- Panasonic TK-CS20: TDS 90-95%, ราคา 10,000-13,000 บาท, ตัวกรอง 1,800-2,200 บาท
- Xiaomi 1200G: TDS 98-99%, ราคา 6,000-8,000 บาท, ตัวกรอง 800-1,200 บาท
- Pureit Marvella: TDS 95%, ราคา 7,500-10,000 บาท, ตัวกรอง 1,000-1,500 บาท
- Philips AUT3234: TDS 95%, ราคา 11,000-14,000 บาท, ตัวกรอง 1,800-2,300 บาท, 18 เดือน
- Mazuma RO: TDS 95-98%, ราคา 5,500-7,500 บาท, ตัวกรอง 600-1,000 บาท
- BRITA mypure Pro X6: TDS 93-96%, ราคา 13,000-16,000 บาท, ตัวกรอง 2,200-2,800 บาท
- Stiebel Eltron: TDS 93%, ราคา 12,000-15,000 บาท, ตัวกรอง 1,500-2,000 บาท
การติดตั้งเครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งก์: ขั้นตอนสั้น
ขั้นตอนการติดตั้งทั่วไปสำหรับเครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งก์มีดังนี้: 1) ปิดน้ำท่านั้น 2) เตรียมเครื่องมือ (ประแจ, มีด, เลื่อย) 3) เจาะหลุมสำหรับก๎อก RO บนอ่าง 4) ต่อท่อน้ำเข้า (inlet) เข้ากับวาล์ว t ของระบบประปา 5) ต่อท่อน้ำทิ้ง (drain) เข้ากับท่อระบายน้ำ 6) ติดตั้งแทงค์น้ำกรอง (หากมี) 7) เปิดน้ำและทดสอบการรั่วซึม 8) ล้างระบบ (flushing) 10-15 นาที เพื่อให้น้ำใสออกมา สำหรับขั้นตอนรายละเอียด ควรอ้างอิงคู่มือของเครื่องกรองแต่ละรุ่น เนื่องจากรายละเอียดอาจแตกต่างกัน
การดูแลรักษาเครื่องกรองใต้ซิ้งก์: ทำให้อายุยาว
เพื่อให้เครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งก์ทำงานได้ดีและอายุยาวนาน จำเป็นต้องดูแลรักษา ดังนี้: 1) เปลี่ยนตัวกรองตามกำหนด ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็น 6-12 เดือน ไม่ควรรอจนกระทั่ง “ต้องเปลี่ยน” 2) ตรวจสอบการรั่วซึมเป็นประจำ โดยเช็คใต้ซิงค์อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 3) ล้างระบบ (backflush) เป็นประจำ สำหรับระบบที่มีฟังก์ชันนี้ (ปกติ 1-2 สัปดาห์ 1 ครั้ง) 4) เก็บความสะอาด ทำให้พื้นที่ใต้ซิงค์สะอาดและแห้ง เพื่อป้องกันสนิมและแบคทีเรีย 5) ตรวจสอบก๎อก RO บ้าง หากการไหลออกน้อยลง อาจเป็นสัญญาณว่าตัวกรองอุดตัน
สรุป
เครื่องกรองน้ำใต้ซิ้งค์เป็นการเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการน้ำสะอาด ปลอดภัย โดยไม่ต้องเสียพื้นที่หรือความสวยงามของห้องครัว มี 10 รุ่นที่เราแนะนำนั้น แต่ละรุ่นมีข้อดี ข้อเสีย และราคาที่แตกต่างกัน การเลือกรุ่นที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และสภาพน้ำบ้านของคุณ เหมือนเดียวกับสินค้าอื่น ๆ การลงทุนในคุณภาพจะให้ผลตอบแทนในเรื่องของอายุการใช้งานและประสิทธิภาพ ดังนั้น การวิจัยและเปรียบเทียบรุ่นต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ
