หลายคนลังเลที่จะซื้อเครื่องกรองน้ำเพราะกลัวค่าไฟแพงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าบางรุ่นมีปั๊มน้ำ มีระบบไฟฟ้า หรือมีแผ่นเพลทที่ต้องใช้กระแสไฟ คำถามที่ได้รับบ่อยมากคือ “ถ้าซื้อเครื่องกรองน้ำ RO หรือเครื่องทำน้ำด่าง ค่าไฟจะแพงขึ้นแค่ไหน?”
คำตอบสั้นๆ คือ แพงขึ้นน้อยกว่าที่คิดมากครับ และน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ บทความนี้จะคำนวณตัวเลขจริงให้ดูเลย ไม่ต้องเดา ไม่ต้องลุ้นว่าบิลไฟจะมาเท่าไหร่หลังซื้อเครื่องกรองน้ำ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเลือกเครื่องกรองน้ำ อ่านได้ที่ คู่มือเครื่องกรองน้ำดีที่สุด ปี 2026

ก่อนคำนวณ ต้องรู้ว่าระบบไหนใช้ไฟ ระบบไหนไม่ใช้
ไม่ใช่เครื่องกรองน้ำทุกประเภทที่ใช้ไฟฟ้า ระบบที่ใช้แรงดันน้ำธรรมชาติในการดันน้ำผ่านไส้กรองไม่ต้องการไฟฟ้าเลย ในขณะที่ระบบที่ต้องการแรงดันสูงกว่าที่น้ำประปามีหรือต้องใช้กระแสไฟในกระบวนการกรอง จึงต้องมีมอเตอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
| ระบบกรองน้ำ | ใช้ไฟ? | เหตุผล |
|---|---|---|
| Carbon Block (ทุกแบบ) | ❌ ไม่ใช้ | แรงดันน้ำธรรมชาติผ่านได้ |
| UF Hollow Fiber | ❌ ไม่ใช้ | รูพรุนใหญ่พอให้น้ำผ่านเอง |
| RO แบบมีถังพักน้ำ | ✅ ใช้ (ปั๊ม) | เมมเบรน RO ต้องการแรงดันสูงกว่าประปา |
| RO Tankless (เช่น Xiaomi) | ✅ ใช้ (ปั๊มและระบบ) | ปั๊มและวงจรควบคุม Display |
| Alkaline Ionizer (B Health) | ✅ ใช้ (แผ่นเพลท) | Electrolysis ต้องใช้กระแสไฟฟ้า |
| UV Sterilizer แบบติดท่อ | ✅ ใช้ (หลอด UV) | หลอด UV ต้องการไฟตลอดเวลา |
| Booster Pump เสริม | ✅ ใช้ | มอเตอร์เพิ่มแรงดันน้ำ |
กำลังไฟของแต่ละระบบ — ตัวเลขจริงจากสเปคเครื่อง
ก่อนคำนวณค่าไฟ ต้องรู้กำลังไฟ (วัตต์) ของแต่ละระบบก่อน ซึ่งระบุไว้บนตัวเครื่องหรือในคู่มือ
| ระบบ / รุ่นตัวอย่าง | กำลังไฟ (วัตต์) | ลักษณะการทำงาน |
|---|---|---|
| RO ปั๊มแบบมีถัง (ทั่วไป) | 24–60 W | ทำงานเมื่อถังน้ำลดลงต่ำกว่า 2/3 |
| RO Tankless Xiaomi 400G | 36–48 W | ทำงานเฉพาะตอนเปิดก๊อกน้ำ |
| Alkaline Ionizer B Health NEX PLUS | 100–150 W | ทำงานเฉพาะตอนเปิดน้ำผ่านเครื่อง |
| Alkaline Ionizer B Health NEXUS X-BLUE | 80–120 W | ทำงานเฉพาะตอนเปิดน้ำผ่านเครื่อง |
| UV Sterilizer แบบ Inline | 8–25 W | ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง (Standby) |
| Booster Pump 24V DC | 18–36 W | ทำงานพร้อมกับปั๊ม RO |
สูตรคำนวณค่าไฟที่ใช้ได้จริง
สูตรคำนวณค่าไฟไม่ซับซ้อนครับ ใช้สูตรนี้ได้เลย
ค่าไฟ (บาท) = กำลังไฟ (W) × ชั่วโมงทำงาน/วัน × 30 วัน ÷ 1,000 × ค่าไฟต่อหน่วย (4.5 บาท)
ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ “ชั่วโมงทำงานต่อวัน” ซึ่งไม่ใช่ 24 ชั่วโมงสำหรับทุกระบบ เครื่อง RO ทำงานเฉพาะเมื่อถังน้ำลดลง ส่วนเครื่อง Ionizer ทำงานเฉพาะตอนที่เปิดน้ำผ่านเครื่อง ทำให้ค่าไฟจริงต่ำกว่าที่หลายคนคิดมาก
คำนวณค่าไฟรายเดือน ทีละระบบ
ระบบที่ 1: RO แบบมีถังพักน้ำ (ปั๊ม 60W)
ระบบ RO แบบมีถังจะเติมน้ำเข้าถังตลอดเวลาที่น้ำในถังลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด สำหรับครอบครัว 3 คน ที่ดื่มน้ำวันละ 6 ลิตร ปั๊มมักทำงานประมาณ 3–5 ชั่วโมงต่อวันรวมกัน
การคำนวณ (ปั๊ม 60W ทำงาน 4 ชั่วโมง/วัน):
= 60 × 4 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 7,200 ÷ 1,000 × 4.5
= 7.2 × 4.5
= 32.4 บาท/เดือน
ระบบที่ 2: RO Tankless Xiaomi 400G (48W)
RO Tankless ทำงานเฉพาะตอนที่เปิดก๊อกน้ำดื่มเท่านั้น สำหรับครอบครัว 3 คน ที่เปิดก๊อกน้ำดื่มรวมวันละประมาณ 30–45 นาที
การคำนวณ (48W ทำงาน 40 นาที/วัน):
= 48 × 0.67 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 964.8 ÷ 1,000 × 4.5
= 0.965 × 4.5
= 4.3 บาท/เดือน
ระบบที่ 3: Alkaline Ionizer B Health NEX PLUS (150W)
เครื่อง Ionizer ทำงานเฉพาะตอนที่เปิดน้ำผ่านเครื่อง ไม่มีระบบ Standby ที่กินไฟมาก ครอบครัว 3 คนมักเปิดน้ำผ่านเครื่องรวมประมาณ 20–40 นาทีต่อวัน รวมทั้งดื่ม ปรุงอาหาร และล้างผัก
การคำนวณ (150W ทำงาน 30 นาที/วัน):
= 150 × 0.5 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 2,250 ÷ 1,000 × 4.5
= 2.25 × 4.5
= 10.1 บาท/เดือน
ระบบที่ 4: Alkaline Ionizer B Health NEXUS X-BLUE (100W)
การคำนวณ (100W ทำงาน 30 นาที/วัน):
= 100 × 0.5 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 1,500 ÷ 1,000 × 4.5
= 1.5 × 4.5
= 6.75 บาท/เดือน
ระบบที่ 5: UV Sterilizer แบบ Standby ตลอดเวลา (15W)
นี่คือระบบที่กินไฟมากที่สุดเมื่อเทียบกับขนาด เพราะหลอด UV ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้ไม่มีคนใช้น้ำก็ตาม
การคำนวณ (15W ทำงาน 24 ชั่วโมง/วัน):
= 15 × 24 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 10,800 ÷ 1,000 × 4.5
= 10.8 × 4.5
= 48.6 บาท/เดือน
ระบบที่ 6: RO + Booster Pump (60W + 24W)
ถ้าติดตั้ง Booster Pump เสริมสำหรับคอนโดที่แรงดันน้ำต่ำ ปั๊มสองตัวทำงานพร้อมกัน
การคำนวณ ((60+24)W ทำงาน 4 ชั่วโมง/วัน):
= 84 × 4 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 45.4 บาท/เดือน
สรุปค่าไฟรายเดือนทุกระบบในตารางเดียว
| ระบบ | ค่าไฟ/เดือน | ค่าไฟ/ปี | ค่าไฟ 5 ปี |
|---|---|---|---|
| Carbon Block / UF | 0 บาท | 0 บาท | 0 บาท |
| RO Tankless (Xiaomi 400G) | ~4 บาท | ~48 บาท | ~240 บาท |
| Alkaline Ionizer NEXUS X-BLUE | ~7 บาท | ~84 บาท | ~420 บาท |
| Alkaline Ionizer NEX PLUS | ~10 บาท | ~120 บาท | ~600 บาท |
| RO แบบมีถัง | ~32 บาท | ~384 บาท | ~1,920 บาท |
| RO + Booster Pump | ~45 บาท | ~540 บาท | ~2,700 บาท |
| UV Sterilizer (Standby) | ~49 บาท | ~588 บาท | ~2,940 บาท |
เทียบให้เห็นภาพ: ค่าไฟเครื่องกรองน้ำ vs เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นในบ้าน
เพื่อให้เห็นว่าค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำ “มาก” หรือ “น้อย” แค่ไหน ลองเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันกัน
| เครื่องใช้ไฟฟ้า | การใช้งาน | ค่าไฟโดยประมาณ/เดือน |
|---|---|---|
| แอร์ 12,000 BTU | 8 ชั่วโมง/วัน | 900–1,200 บาท |
| เครื่องซักผ้า | ซักสัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง | 150–250 บาท |
| ตู้เย็น 2 ประตู | ตลอด 24 ชั่วโมง | 200–350 บาท |
| เครื่องทำน้ำอุ่น | อาบวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 นาที | 150–250 บาท |
| TV 55 นิ้ว LED | 4 ชั่วโมง/วัน | 60–90 บาท |
| พัดลม | 8 ชั่วโมง/วัน | 30–50 บาท |
| RO แบบมีถัง | ปั๊มทำงาน 4 ชั่วโมง/วัน | ~32 บาท |
| Alkaline Ionizer B Health | ใช้งาน 30 นาที/วัน | ~10 บาท |
| RO Tankless Xiaomi | เปิดก๊อก 40 นาที/วัน | ~4 บาท |
จะเห็นชัดเจนมากว่าค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำน้อยกว่าพัดลมเสียอีก และน้อยกว่าแอร์ถึง 30–120 เท่า
ปัจจัยที่ทำให้ค่าไฟจริงแตกต่างจากที่คำนวณ
ตัวเลขที่คำนวณด้านบนเป็นค่าเฉลี่ย แต่ค่าไฟจริงอาจแตกต่างออกไปขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้
1. ปริมาณการใช้น้ำ
ครอบครัวใหญ่ที่ใช้น้ำมากกว่าวันละ 6 ลิตร ปั๊มจะทำงานนานขึ้น ค่าไฟก็สูงขึ้นตามสัดส่วน ในทางกลับกัน คนที่อยู่คนเดียวใช้น้ำน้อย ค่าไฟก็ต่ำกว่าที่คำนวณ
2. คุณภาพน้ำในพื้นที่
น้ำที่มี TDS สูงหรือมีตะกอนมาก ทำให้ไส้กรองอุดตันเร็วกว่า ปั๊มต้องออกแรงมากขึ้นเพื่อดันน้ำผ่านไส้กรองที่เริ่มอุดตัน ทำให้กินไฟมากขึ้นและอาจเร่งการเสื่อมสภาพของปั๊มด้วย เปลี่ยนไส้กรองตามรอบจึงสำคัญทั้งในแง่ประสิทธิภาพและค่าไฟ
3. อายุของปั๊ม
ปั๊มที่ใช้มานาน 3–5 ปีมักมีประสิทธิภาพลดลง ใช้ไฟมากขึ้นเพื่อให้ได้แรงดันน้ำเท่าเดิม สังเกตได้จากเสียงปั๊มที่ดังขึ้นหรือน้ำที่ไหลช้าลง
4. ค่าไฟในพื้นที่
บทความนี้ใช้ค่าไฟ 4.5 บาท/หน่วยเป็นฐาน แต่ค่าไฟจริงอาจต่างกันตามผู้ให้บริการและ TOU (Time of Use) Tariff ที่บางพื้นที่มีค่าไฟถูกลงในช่วงกลางคืน
วิธีประหยัดค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำ
แม้ค่าไฟจะน้อยอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการลดให้น้อยลงอีก ทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ได้เลย
- เลือก RO Tankless แทนแบบมีถัง
RO Tankless อย่าง Xiaomi 400G ทำงานเฉพาะตอนเปิดก๊อก ค่าไฟจึงน้อยกว่า RO แบบมีถังที่ต้องสูบน้ำเข้าถังอยู่ตลอดเวลา ต่างกันถึง 7–8 เท่า - เปลี่ยนไส้กรองตามรอบ ไม่รอจนอุดตัน
ไส้กรองที่อุดตันทำให้ปั๊มต้องทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้น การเปลี่ยนตรงเวลาช่วยให้ปั๊มทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน - ปิดเครื่องหรือปิดวาล์วน้ำเมื่อออกไปนอกบ้านนาน
ถ้าเดินทางไปต่างจังหวัดนานกว่า 3 วัน ควรปิดวาล์วน้ำเข้าเครื่อง RO ด้วย เพราะถ้าน้ำในถังรั่วซึมออกช้าๆ ปั๊มจะทำงานเพื่อเติมถังโดยไม่จำเป็น - หลีกเลี่ยง UV Sterilizer แบบ Standby ถ้าไม่จำเป็น
UV Sterilizer แบบที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงกินไฟมากที่สุดในบรรดาระบบกรองน้ำ ถ้าต้องการฆ่าเชื้อโรค พิจารณา RO ที่กรองได้ดีโดยไม่ต้องพึ่ง UV ตลอดเวลา - ติด Pressure Reducing Valve ถ้าแรงดันน้ำสูงเกินไป
แรงดันน้ำที่สูงเกิน 80 PSI ทำให้ปั๊ม RO ทำงานหนักเกินความจำเป็นและกินไฟมากขึ้น ติด PRV (Pressure Reducing Valve) ให้แรงดันน้ำอยู่ที่ 50–60 PSI จะช่วยประหยัดทั้งค่าไฟและยืดอายุปั๊มได้
ค่าไฟเครื่องกรองน้ำเทียบกับการซื้อน้ำขวด
มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังลังเลว่าค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำ “แพง” หรือ “ถูก” กว่าการซื้อน้ำขวดดื่มทุกวัน ลองเทียบตัวเลขกัน
| วิธีดื่มน้ำ | ค่าใช้จ่าย/เดือน (ครอบครัว 3 คน) |
|---|---|
| น้ำขวดเล็ก 600 มล. ซื้อเดี่ยว | ~2,340 บาท |
| น้ำขวดใหญ่ 1.5 ลิตร ยกแพ็ค | ~810 บาท |
| น้ำถังกลับมาเติม | ~225 บาท |
| ค่าไฟ RO แบบมีถัง | ~32 บาท |
| ค่าไฟ Alkaline Ionizer B Health | ~10 บาท |
| ค่าไฟ RO Tankless | ~4 บาท |
เมื่อดูตัวเลขนี้จะเห็นทันทีว่าค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำแม้แต่รุ่นที่กินไฟมากที่สุดในกลุ่ม (RO แบบมีถัง 32 บาท/เดือน) ก็ยังน้อยกว่าค่าน้ำขวดถูกที่สุด (น้ำถัง 225 บาท/เดือน) ถึง 7 เท่า
กรณีพิเศษ: ค่าไฟสำหรับการใช้น้ำด่างปรุงอาหารด้วย
หลายครอบครัวที่มี Alkaline Ionizer ใช้น้ำด่างทั้งสำหรับดื่มและปรุงอาหาร ซึ่งทำให้ระยะเวลาการทำงานของเครื่องนานขึ้น ลองคำนวณกรณีที่ใช้งาน 1 ชั่วโมงต่อวัน
การคำนวณ (150W ทำงาน 60 นาที/วัน):
= 150 × 1 × 30 ÷ 1,000 × 4.5
= 20.25 บาท/เดือน
แม้จะใช้น้ำด่างปรุงอาหารด้วย ค่าไฟก็ยังอยู่ที่ประมาณ 20 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากครับ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปั๊ม RO ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไหม?
A: ไม่ครับ ปั๊ม RO แบบมีถังทำงานเฉพาะเมื่อน้ำในถังลดต่ำลงต่ำกว่าระดับที่ตั้งไว้ เมื่อถังเต็มแล้ว Auto Shutoff Valve จะปิดปั๊มโดยอัตโนมัติ ส่วน RO Tankless ทำงานเฉพาะตอนที่คุณเปิดก๊อกน้ำดื่มเท่านั้น
Q: B Health NEX PLUS กินไฟมากกว่า RO ไหม?
A: กำลังไฟของ NEX PLUS สูงกว่า RO (150W vs 60W) แต่ทำงานน้อยชั่วโมงกว่ามาก เพราะทำงานเฉพาะตอนที่เปิดน้ำผ่านเครื่อง ผลสุดท้ายคือ Ionizer ของ B Health กินไฟต่อเดือนน้อยกว่า RO แบบมีถัง ที่สำคัญกว่านั้นคือ NEX PLUS ให้น้ำด่างคุณภาพสูงที่ RO ธรรมดาให้ไม่ได้
Q: ถ้าลืมปิดเครื่องกรองน้ำทิ้งไว้ทั้งคืน ค่าไฟจะแพงขึ้นมากไหม?
A: สำหรับ RO แบบมีถัง ถ้าถังเต็มแล้วปั๊มจะหยุดเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ สำหรับ Ionizer ถ้าไม่มีน้ำไหลผ่านเครื่อง ก็ไม่กินไฟ ไม่ต้องถอดปลั๊กทิ้งไว้ทุกคืนครับ
Q: เปรียบเทียบ B Health NEX PLUS กับ NEXUS X-BLUE กินไฟต่างกันไหม?
A: NEXUS X-BLUE กินไฟน้อยกว่าเล็กน้อย เพราะใช้แผ่นเพลท 5 แผ่นแทน 9 แผ่น กำลังไฟจึงต่ำกว่า แต่ความแตกต่างของค่าไฟต่อเดือนอยู่ที่แค่ 3–5 บาทเท่านั้น ซึ่งน้อยมากจนไม่ควรใช้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกรุ่น ควรเลือกตามคุณภาพน้ำที่ต้องการมากกว่า
Q: ไส้กรองอุดตันทำให้กินไฟมากขึ้นจริงไหม?
A: จริงครับ เมื่อไส้กรองอุดตัน แรงต้านทานของน้ำที่จะผ่านไส้กรองสูงขึ้น ปั๊มต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาอัตราการไหลเท่าเดิม ทำให้กินไฟเพิ่มขึ้นและอาจทำให้ปั๊มเสื่อมเร็วขึ้นด้วย การเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดจึงช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวได้
สรุป
ค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำน้อยกว่าที่หลายคนกังวลมากครับ ระบบที่กินไฟน้อยที่สุดคือ Carbon Block และ UF ที่ไม่ใช้ไฟเลย ตามมาด้วย RO Tankless ที่กินไฟแค่ 3–5 บาท/เดือน และ Alkaline Ionizer อย่าง B Health NEX PLUS ที่กินไฟประมาณ 10–20 บาท/เดือน
เมื่อเทียบกับค่าน้ำขวดที่ต้องจ่ายหลายร้อยถึงหลายพันบาทต่อเดือน ค่าไฟจากเครื่องกรองน้ำถือว่าน้อยมากจนแทบไม่ต้องคำนึงถึง สิ่งที่ควรพิจารณามากกว่าคือคุณภาพน้ำที่ได้รับและความคุ้มค่าในระยะยาว
สนใจเครื่องกรองน้ำที่ให้น้ำคุณภาพดีในราคาค่าไฟที่ต่ำ? ดูสินค้า B Health ได้เลยครับ หรือติดต่อทีมงานเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับการใช้งานของคุณโดยเฉพาะ

