เครื่องกรองน้ำ 10 อันดับยอดนิยม ปี 2026 ที่คนไทยเลือกมากที่สุด

เครื่องกรองน้ำ 10 อันดับยอดนิยม ปี 2026 ที่คนไทยเลือกมากที่สุด

ซื้อเครื่องกรองน้ำครั้งแรกแล้วไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน? หรือใช้งานอยู่แล้วแต่อยากรู้ว่าตอนนี้มีรุ่นไหนที่ดีกว่า? บทความนี้รวบรวม เครื่องกรองน้ำ 10 อันดับยอดนิยมปี 2026 ที่คนไทยเลือกซื้อมากที่สุด พร้อมเปรียบเทียบสเปก ราคา และจุดเด่น-จุดด้อยของแต่ละรุ่นให้ครบในที่เดียว ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลจากหลายที่อีกต่อไป

เราคัดเลือกรุ่นเหล่านี้จากเกณฑ์ 3 ข้อ ได้แก่ ยอดขายจริงในไทย, ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคากับสเปก และ ความง่ายในการดูแลรักษา ไม่ได้คัดมาจากสเปกกระดาษอย่างเดียว หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกระบบกรองน้ำแบบไหน แนะนำให้อ่าน คู่มือเครื่องกรองน้ำ ดีที่สุด ปี 2026 ก่อนจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เครื่องกรองน้ำ 10 อันดับ

ทำไมต้องมีเครื่องกรองน้ำในปี 2026?

น้ำประปาในไทยผ่านการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนก่อนส่งถึงบ้าน แต่ระหว่างทางมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้คุณภาพน้ำลดลง ไม่ว่าจะเป็นท่อประปาเก่าที่สะสมตะกอนสนิม การปนเปื้อนของแบคทีเรียระหว่างขนส่ง หรือสาร THMs ที่เกิดจากคลอรีนทำปฏิกิริยากับอินทรียสาร ทั้งหมดนี้ทำให้น้ำที่ไหลออกจากก๊อกบ้านคุณอาจไม่สะอาดอย่างที่คิด

ยิ่งไปกว่านั้น การซื้อน้ำขวดดื่มทุกวันมีต้นทุนสะสมสูงมากในระยะยาว ครอบครัว 3 คนที่ซื้อน้ำขวดใหญ่ 1.5 ลิตรทุกวัน ใช้จ่ายปีละประมาณ 8,000-10,000 บาท เทียบกับเครื่องกรองน้ำที่ลงทุนครั้งเดียวแล้วใช้ได้ 5-10 ปี ความคุ้มค่าต่างกันชัดเจนมาก

สรุปภาพรวม 10 อันดับ

อันดับ รุ่น ระบบ ราคาโดยประมาณ เหมาะกับ
1 B Health NEX PLUS Alkaline Ionizer 9 แผ่น ติดต่อสอบถาม คนรักสุขภาพ ต้องการน้ำด่าง
2 Coway Neo Plus RO + Mineral เช่า/ซื้อ ครอบครัว ต้องการสะดวก
3 Xiaomi Smart Water Purifier RO 400 GPD Tankless ~5,000–7,000฿ คนรุ่นใหม่ คอนโด
4 3M AP Easy C-Complete Carbon Block ~1,800–2,200฿ งบน้อย ห้องเช่า คอนโด
5 Mitsubishi Cleansui CB073E Hollow Fiber UF ~4,500–6,000฿ คนที่ต้องการแร่ธาตุ
6 B Health NEXUS X-BLUE Alkaline Ionizer 5 แผ่น ติดต่อสอบถาม พรีเมียม น้ำด่างระดับสูง
7 iSpring RCC7AK RO 6 ขั้น + Alkaline ~8,000–12,000฿ บ้านที่ต้องการ RO + ปรับ pH
8 Coway Dazzie RO + Sterilization เช่า/ซื้อ ครอบครัวมีเด็กเล็ก
9 Philips AUT2017 Carbon + UF ติดหัวก๊อก ~4,500–5,500฿ ไม่เจาะท่อ ต้องการกรองเชื้อโรค
10 Amway eSpring Carbon + UV ~25,000฿+ บ้านที่ต้องการมาตรฐานสูงสุด

รีวิวละเอียด 10 อันดับ

อันดับที่ 1: B Health NEX PLUS — เครื่องทำน้ำด่าง Alkaline คุณภาพสูง

NEX PLUS คือเครื่องทำน้ำด่าง Alkaline จาก B Health ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนรักสุขภาพ ผลิตโดย IONIA ประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเครื่องทำน้ำด่างที่ใหญ่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในเอเชีย ผ่านการรับรองจาก อย. และมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001

จุดเด่นที่ทำให้ NEX PLUS แตกต่างจากเครื่องกรองน้ำทั่วไปคือการใช้ แผ่นเพลทไทเทเนียมเคลือบแพลทินัม 9 แผ่น ที่ทำให้กระบวนการ Electrolysis มีประสิทธิภาพสูง สามารถปรับระดับ pH ได้ตั้งแต่น้ำกรด pH 4-6 สำหรับล้างผักและผลไม้ ไปจนถึงน้ำด่าง pH 8.5-10 สำหรับดื่มและปรุงอาหาร นอกจากนี้ยังผลิตน้ำที่มีค่า ORP (Oxidation Reduction Potential) ติดลบ ซึ่งหมายความว่าน้ำมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

  • แผ่นเพลทไทเทเนียม 9 แผ่น ประสิทธิภาพสูงสุดในคลาส
  • ปรับ pH ได้หลายระดับตามการใช้งาน
  • ระบบกรองตะกอนก่อนเข้าแผ่นเพลท ยืดอายุเครื่อง
  • หน้าจอแสดงผลชัดเจน แจ้งเตือนเปลี่ยนไส้กรอง
  • บริการติดตั้งและหลังการขายครบวงจรทั่วประเทศ

เหมาะกับ: คนที่ต้องการน้ำด่างคุณภาพสูงเพื่อสุขภาพ ผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อน หรือครอบครัวที่ต้องการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว

ข้อควรรู้: เครื่อง Ionizer เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำประปาสะอาดพอสมควร ถ้าน้ำมีตะกอนหรือสนิมสูงควรติดไส้กรองก่อนเพิ่มเติม


อันดับที่ 2: Coway Neo Plus — ครบเครื่องในเครื่องเดียว

Coway Neo Plus ครองใจคนไทยมาหลายปีด้วยความสะดวกในการใช้งานและระบบบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง ระบบ RO กรองน้ำได้สะอาดถึง 99% แล้วเพิ่มแร่ธาตุที่จำเป็นกลับเข้าไปผ่านไส้กรอง Mineral ทำให้น้ำที่ได้มีรสชาติกลมกล่อมและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าน้ำ RO ทั่วไป

หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Coway คือ ตัวเลือกในการเช่าพร้อมบริการ Coway Care ที่ช่วยดูแลการเปลี่ยนไส้กรองและตรวจสอบเครื่องตามรอบโดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ต้องการดูแลเครื่องเอง

  • RO + Mineral กรองสะอาดและเพิ่มแร่ธาตุในขั้นตอนเดียว
  • ระบบแจ้งเตือนเปลี่ยนไส้กรองอัตโนมัติ
  • มีตัวเลือกเช่า ไม่ต้องลงทุนสูงในครั้งแรก
  • บริการ Coway Care ดูแลครบ ไม่ต้องง้อช่างนอก

เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการน้ำสะอาดพร้อมดื่ม ไม่ต้องการดูแลเองมาก ชอบความสะดวกสบาย

ข้อควรรู้: ถ้าเลือกเช่าจะมีค่าบริการรายเดือนที่เมื่อคำนวณระยะยาวแล้วอาจแพงกว่าซื้อขาด แต่แลกกับความสะดวกและบริการที่ครบถ้วน


อันดับที่ 3: Xiaomi Smart Water Purifier — RO ไฮเทค ราคาคุ้ม

Xiaomi Smart Water Purifier โดดเด่นด้วยอัตราการกรอง 400 GPD (Gallons Per Day) ซึ่งเร็วกว่าเครื่อง RO ทั่วไปถึง 3-4 เท่า ทำให้น้ำไหลแทบจะทันทีที่เปิดก๊อก ไม่ต้องรอเหมือนเครื่อง RO รุ่นเก่าที่มีถังพักน้ำ ระบบ Tankless Design ยังหมายความว่าน้ำที่ได้จะสดใหม่ตลอดเวลา ไม่มีน้ำค้างในถัง

ฟีเจอร์ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ชื่นชอบคือการเชื่อมต่อกับแอป Mi Home ที่แสดงค่า TDS ของน้ำ Input และ Output แบบ Real-time บอกอายุไส้กรองที่เหลืออยู่ และแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรอง

  • 400 GPD น้ำไหลเร็วเทียบเท่าก๊อกน้ำปกติ
  • Tankless ไม่มีถังพักน้ำ น้ำสดทุกแก้ว
  • เชื่อมต่อแอป Mi Home ดูค่า TDS Real-time
  • ราคาคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสเปก
  • ดีไซน์กะทัดรัด เหมาะกับพื้นที่จำกัด

เหมาะกับ: คนรุ่นใหม่ที่ชอบ Smart Device ผู้อยู่คอนโด หรือคนที่ต้องการ RO คุณภาพดีในราคาไม่แพง

ข้อควรรู้: ไส้กรองต้องสั่งออนไลน์ ไม่มีศูนย์บริการ Walk-in ในไทย การติดตั้งต้องเจาะท่อใต้ซิ้งก์ ควรตรวจสอบนิติบุคคลก่อนถ้าอยู่คอนโด


อันดับที่ 4: 3M AP Easy C-Complete — ติดหัวก๊อก ราคาประหยัด

3M AP Easy C-Complete คือตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการเครื่องกรองน้ำราคาประหยัดหรืออยู่ในคอนโดที่ไม่สามารถเจาะท่อได้ ติดตั้งง่ายมากโดยไม่ต้องใช้ช่าง แค่ไขหัวก๊อกเดิมออกแล้วต่อ 3M เข้าไปแทนก็เสร็จภายใน 5 นาที

แม้จะเป็นระบบ Carbon Block ที่ไม่ซับซ้อน แต่ 3M ผ่านมาตรฐาน NSF 42 (กรองคลอรีนและปรับรสชาติ) และ NSF 53 (กรองสารปนเปื้อนที่มีผลต่อสุขภาพ) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่น่าเชื่อถือ

  • ติดตั้งเองได้ใน 5 นาที ไม่ต้องเจาะผนัง
  • ผ่านมาตรฐาน NSF 42 และ NSF 53
  • ระบบ Sanitary Quick Change เปลี่ยนไส้กรองง่ายไม่มีน้ำหยด
  • ราคาเครื่องต่ำ เริ่มต้นประมาณ 1,800 บาท
  • อายุไส้กรอง 6 เดือน หรือ 4,000 ลิตร

เหมาะกับ: ห้องเช่า คอนโด ที่พักชั่วคราว หรือคนที่ต้องการเครื่องกรองน้ำราคาประหยัดเป็นตัวแรก

ข้อควรรู้: Carbon Block ไม่กรอง TDS หรือแร่ธาตุออก เหมาะกับพื้นที่ที่น้ำประปาสะอาดพอสมควรแต่ต้องการตัดคลอรีนและกลิ่น


อันดับที่ 5: Mitsubishi Cleansui CB073E — รักษาแร่ธาตุ ไม่ง้อไฟฟ้า

Mitsubishi Cleansui ใช้เทคโนโลยี Hollow Fiber UF จากญี่ปุ่น ที่มีรูพรุนขนาด 0.1 ไมครอน กรองแบคทีเรีย ปรสิต และอนุภาคขนาดเล็กออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่กรองแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ออกไปด้วยเหมือนระบบ RO นี่คือจุดแข็งหลักของ Cleansui ที่ตอบโจทย์คนที่กังวลว่า RO กรองแร่ธาตุออกมากเกินไป

ข้อดีที่สำคัญอีกอย่างคือ ไม่ใช้ไฟฟ้า แรงดันน้ำปกติก็เพียงพอให้น้ำไหลผ่านได้ ประหยัดค่าไฟและไม่มีปัญหาเมื่อไฟดับ

  • Hollow Fiber UF รูพรุน 0.1 ไมครอน กรองแบคทีเรียได้
  • รักษาแร่ธาตุแคลเซียม แมกนีเซียมไว้ในน้ำ
  • ไม่ใช้ไฟฟ้า ประหยัดค่าไฟ
  • แบรนด์ญี่ปุ่น มาตรฐานสูง น่าเชื่อถือ
  • ดูแลรักษาง่าย อายุการใช้งานยาวนาน

เหมาะกับ: คนที่ต้องการน้ำกรองแต่ต้องการแร่ธาตุไว้ด้วย หรือพื้นที่ที่ไฟฟ้าไม่เสถียร

ข้อควรรู้: UF ไม่ลด TDS หรือกรองสารเคมีที่ละลายอยู่ในน้ำ ถ้า TDS ในพื้นที่สูงกว่า 300 ppm ควรเลือก RO แทน


อันดับที่ 6: B Health NEXUS X-BLUE — Alkaline Premium สำหรับคนใส่ใจสุขภาพจริงจัง

NEXUS X-BLUE คือรุ่นที่อยู่ระหว่าง NEX PLUS กับรุ่น Top-of-line ของ B Health โดดเด่นด้วยแผ่นเพลทไทเทเนียม 5 แผ่น ที่ให้ประสิทธิภาพการ Electrolysis สูง สามารถผลิตน้ำด่างที่มีค่า ORP ต่ำ (ต้านอนุมูลอิสระสูง) และมีความเสถียรของ pH ดีกว่ารุ่นเริ่มต้น

NEXUS X-BLUE เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการน้ำด่างคุณภาพสูงกว่าระดับเข้าสู่ตลาด แต่ยังอยู่ในงบประมาณที่เหมาะสม ดีไซน์สวยงามทันสมัย เข้ากับบ้านและครัวสไตล์ Modern ได้ดี

  • แผ่นเพลทไทเทเนียม 5 แผ่น ประสิทธิภาพสูง
  • ค่า ORP ต่ำกว่า = ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า
  • ปรับ pH ได้หลายระดับ ใช้งานได้หลากหลาย
  • ดีไซน์พรีเมียม เหมาะกับบ้านทุกสไตล์
  • รับประกันและบริการหลังการขายจาก B Health

เหมาะกับ: ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพจริงจัง ต้องการน้ำด่างคุณภาพสูงกว่าระดับ Entry ผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน


อันดับที่ 7: iSpring RCC7AK — RO + Alkaline งบไม่สูงแต่ได้ครบ

iSpring RCC7AK เป็นระบบ RO 6 ขั้นตอนจากอเมริกาที่เพิ่มไส้กรอง Alkaline Remineralization เป็นขั้นตอนสุดท้าย ทำให้ได้น้ำที่กรองสะอาดจาก RO แล้วยังมีการปรับ pH ให้สูงขึ้นเล็กน้อยและเพิ่มแร่ธาตุกลับ ราคาคุ้มค่ามากสำหรับระบบ 6 ขั้น

  • 6 ขั้นตอน ครอบคลุมทั้ง Sediment, Carbon, RO, Post Carbon และ Alkaline
  • กรองน้ำได้ 75 GPD เพียงพอสำหรับการใช้งานในบ้าน
  • มีถังพักน้ำสำรอง 3.2 ลิตร
  • ราคาคุ้มค่าสำหรับระบบ 6 ขั้น

เหมาะกับ: คนที่ต้องการทั้ง RO และการปรับ pH ในงบที่ไม่สูง

ข้อควรรู้: ไส้กรองต้องสั่งนำเข้าออนไลน์ บริการหลังการขายในไทยมีจำกัด ควรซื้อไส้กรองสำรองไว้ล่วงหน้า


อันดับที่ 8: Coway Dazzie — ปลอดเชื้อสำหรับครอบครัวมีเด็กเล็ก

Coway Dazzie โดดเด่นด้วยระบบ Sterilization ที่ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียซ้ำอีกชั้นหลังจากที่ RO กรองแล้ว เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ต้องการน้ำที่ปลอดเชื้อ 100% ระบบนี้ให้ความมั่นใจมากกว่า RO ธรรมดาโดยไม่ต้องพึ่ง UV แบบแยกชิ้น

  • ระบบ Sterilization ฆ่าเชื้อซ้ำหลัง RO
  • เหมาะกับครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • มีตัวเลือกเช่าพร้อมบริการ Coway Care
  • ดีไซน์กะทัดรัด วางได้ทั้งบนและใต้เคาน์เตอร์

เหมาะกับ: ครอบครัวมีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่ต้องการน้ำปลอดเชื้อ


อันดับที่ 9: Philips AUT2017 — ติดหัวก๊อก ดีไซน์สวย กรองเชื้อโรคได้

Philips AUT2017 เป็นเครื่องกรองน้ำแบบติดหัวก๊อกที่ผสม Carbon Block กับ UF เข้าด้วยกัน ทำให้กรองได้ดีกว่า Carbon เดี่ยว เพราะ UF ช่วยกรองแบคทีเรียและปรสิตเพิ่มเติม ขณะที่ Carbon ดูดซับคลอรีนและกลิ่น ได้รับรางวัลด้านดีไซน์และมีหน้าตาสวยงามมากเมื่อเทียบกับเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกทั่วไป

  • Carbon + UF กรองได้ทั้งคลอรีนและแบคทีเรีย
  • ดีไซน์สวยงาม เข้ากับครัว Modern
  • สลับโหมดน้ำกรอง/น้ำประปาได้ง่าย
  • ไม่ต้องเจาะผนัง ติดตั้งง่าย
  • อายุไส้กรอง 3 เดือน หรือ 1,500 ลิตร

เหมาะกับ: คนที่ต้องการเครื่องกรองน้ำแบบไม่เจาะท่อแต่ต้องการกรองเชื้อโรคด้วย

ข้อควรรู้: อายุไส้กรองสั้นกว่าเครื่องอื่น เหมาะกับคนที่ใช้งานไม่หนักมาก


อันดับที่ 10: Amway eSpring — Carbon + UV มาตรฐานสูงสุด

Amway eSpring เป็นเครื่องกรองน้ำที่ผ่านมาตรฐาน NSF/ANSI สูงสุดถึง 4 มาตรฐาน ได้แก่ 42, 53, 55 และ 401 โดยระบบ UV ของ eSpring สามารถฆ่าเชื้อโรคและไวรัสได้ถึง 99.99% เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและไม่ติดเรื่องงบประมาณ

  • ผ่านมาตรฐาน NSF ถึง 4 มาตรฐาน
  • UV ฆ่าเชื้อโรคและไวรัสได้ 99.99%
  • ระบบแสดงผลบอกคุณภาพน้ำ Real-time
  • แบรนด์อเมริกาน่าเชื่อถือ

เหมาะกับ: คนที่ต้องการมาตรฐานสูงสุดและไม่ติดเรื่องราคา

ข้อควรรู้: ราคาสูงมากเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น และซื้อได้ผ่านตัวแทน Amway เท่านั้น

เปรียบเทียบตามงบประมาณ

งบประมาณ แนะนำ เหตุผล
ต่ำกว่า 3,000 บาท 3M AP Easy C-Complete ราคาดี ติดตั้งง่าย ไม่เจาะท่อ
3,000–7,000 บาท Xiaomi 400G หรือ Mitsubishi Cleansui RO หรือ UF คุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้
8,000–15,000 บาท iSpring RCC7AK หรือ Coway Neo Plus ได้ทั้ง RO และ Alkaline ครบในเครื่องเดียว
ต้องการ Alkaline B Health NEXUS X-BLUE หรือ NEX PLUS น้ำด่างคุณภาพสูง บริการหลังการขายครบ

เปรียบเทียบตามสถานที่

สถานที่ แนะนำ เหตุผล
ห้องเช่า/คอนโด (เจาะไม่ได้) 3M AP Easy หรือ Philips AUT2017 ติดหัวก๊อก ไม่ต้องเจาะ ย้ายได้
คอนโด (เจาะได้) Xiaomi 400G Tankless บางกะทัดรัด เหมาะพื้นที่จำกัด
บ้านพักอาศัย B Health NEX PLUS หรือ Coway Neo Plus ระบบเต็มรูปแบบ คุ้มค่าระยะยาว
สำนักงาน Coway หรือ B Health (สอบถามทีมงาน) มีรุ่นสำหรับการใช้งานปริมาณสูง

ต้นทุนจริงใน 5 ปี — คำนวณให้ดูเลย

ราคาเครื่องเป็นแค่ส่วนหนึ่งของต้นทุนจริง ควรคำนวณรวมค่าไส้กรองและค่าไฟด้วย

รุ่น ราคาเครื่อง ไส้กรอง 5 ปี ค่าไฟ 5 ปี รวม 5 ปี
3M AP Easy 2,000฿ 8,000฿ 0฿ ~10,000฿
Xiaomi 400G 6,500฿ 7,500฿ 1,800฿ ~15,800฿
Mitsubishi Cleansui 5,500฿ 9,000฿ 0฿ ~14,500฿
iSpring RCC7AK 9,000฿ 6,000฿ 1,800฿ ~16,800฿

เทียบกับซื้อน้ำขวดใหญ่ 1.5L สำหรับครอบครัว 3 คน ตลอด 5 ปี = ประมาณ 43,800 บาท จะเห็นว่าเครื่องกรองน้ำทุกรุ่นประหยัดกว่าอย่างชัดเจนมาก

คำถามที่พบบ่อย

Q: เครื่องกรองน้ำแบบไหนดีที่สุด?

A: ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณ ไม่มีคำตอบตายตัว ถ้าต้องการน้ำด่างเพื่อสุขภาพ B Health NEX PLUS ดีที่สุด ถ้าต้องการความสะดวก Coway เป็นตัวเลือกที่ดี ลองทำ Checklist ก่อนซื้อ เพื่อประเมินตัวเองก่อนตัดสินใจ

Q: RO กับ Alkaline ต่างกันอย่างไร?

A: RO กรองสิ่งปนเปื้อนออกเกือบทั้งหมดรวมถึงแร่ธาตุ ส่วน Alkaline ปรับ pH ให้สูงขึ้นและเพิ่มประโยชน์ด้านสุขภาพ บางเครื่องรวมทั้งสองระบบไว้ด้วยกัน ดูการเปรียบเทียบละเอียดได้ที่ เปรียบเทียบแบรนด์ดัง 2026

Q: ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับรุ่นและการใช้งาน โดยทั่วไป PP ตะกอน 3-6 เดือน, Carbon 6-12 เดือน, เมมเบรน RO 1-2 ปี ดูวิธีเปลี่ยนได้ที่ วิธีเปลี่ยนไส้กรองน้ำ 5 ขั้นตอน

Q: เครื่องกรองน้ำกินไฟมากไหม?

A: ไม่มากครับ ระบบ RO มีปั๊มที่กินไฟประมาณ 40-60 วัตต์ แต่ทำงานเป็นช่วงๆ ค่าไฟเพิ่มขึ้นเพียง 30-50 บาทต่อเดือนเท่านั้น ส่วน Carbon และ UF ไม่ใช้ไฟเลย

สรุป

เครื่องกรองน้ำที่ดีที่สุดสำหรับคุณคือเครื่องที่ ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด ไม่ใช่เครื่องที่แพงที่สุดหรือมีสเปกสูงสุดเสมอไป สำหรับคนที่ต้องการน้ำด่างคุณภาพสูงพร้อมบริการครบวงจร B Health NEX PLUS และ NEXUS X-BLUE เป็นตัวเลือกที่ไม่ผิดหวังแน่นอน

ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกรุ่นไหน? ดูสินค้าทั้งหมดของ B Health หรือติดต่อทีมงานเพื่อรับคำแนะนำฟรีได้เลยครับ และอย่าลืมอ่าน คู่มือเครื่องกรองน้ำดีที่สุด ปี 2026 เพื่อเปรียบเทียบทุกระบบอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ