หลายคนเปิดก๊อกน้ำแล้วได้กลิ่นฉุนคล้ายสระว่ายน้ำ บางครั้งดื่มแล้วรู้สึกว่ามีรสชาติแปลกๆ ไม่เหมือนน้ำแร่หรือน้ำกรอง ทั้งหมดนั้นคือกลิ่นและรสของ คลอรีน ที่การประปาใช้ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา
คำถามที่ตามมาคือ “คลอรีนในน้ำประปาอันตรายแค่ไหน? ต้องรีบกรองออกไหม หรือดื่มได้เลยไม่มีปัญหา?” บทความนี้จะตอบคำถามนี้ด้วยข้อมูลที่อ้างอิงได้จริง ไม่ใช่แค่ความกลัวที่ไม่มีมูล และไม่ใช่การลดความสำคัญของปัญหาจริงที่มีอยู่
สำหรับข้อมูลสารปนเปื้อนอื่นๆ ในน้ำประปา อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สารก่อมะเร็ง THMs ในน้ำประปา

คลอรีนในน้ำประปาคืออะไร ทำไมต้องใส่?
คลอรีนที่ใช้ในน้ำประปาอยู่ในรูปของ Chlorine Gas (Cl₂) หรือ Sodium Hypochlorite (NaOCl) ที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “น้ำยาคลอรีน” เมื่อละลายในน้ำจะให้ Hypochlorous Acid (HOCl) ซึ่งเป็นตัวที่ฆ่าเชื้อโรคได้จริง
เหตุผลที่ต้องใส่คลอรีนในน้ำประปามีสองข้อหลัก ข้อแรกคือฆ่าเชื้อโรคในน้ำดิบก่อนส่ง และข้อสองซึ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ รักษาฤทธิ์ฆ่าเชื้อตลอดเส้นทางท่อ จากโรงผลิตน้ำประปาถึงบ้านคุณ ระยะทางอาจยาวหลายสิบกิโลเมตร ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าน้ำจะมาถึง ถ้าไม่มีคลอรีนคงเหลืออยู่ในน้ำ เชื้อโรคอาจเจริญเติบโตในท่อระหว่างทางได้
นี่คือเหตุผลที่การประปาทั่วโลกยังคงใช้คลอรีนมากว่า 100 ปีแล้ว เพราะยังไม่มีวิธีที่ถูกกว่า ปลอดภัยกว่า และมีประสิทธิภาพเทียบเท่าในการฆ่าเชื้อระหว่างขนส่ง
ระดับคลอรีนในน้ำประปาไทยเปรียบเทียบกับมาตรฐานสากล
| มาตรฐาน / หน่วยงาน | ค่าสูงสุดที่อนุญาต | หน่วย |
|---|---|---|
| WHO (องค์การอนามัยโลก) | 5 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| US EPA | 4 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ไทย | 5 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| การประปานครหลวง (MWA) ที่จ่ายออก | 0.2–1.0 | มิลลิกรัม/ลิตร |
| การประปาภูมิภาค (PWA) ที่จ่ายออก | 0.2–0.5 | มิลลิกรัม/ลิตร |
ตัวเลขชัดเจนครับ น้ำประปาไทยมีคลอรีนต่ำกว่ามาตรฐาน WHO และ US EPA อย่างมาก MWA ควบคุมระดับคลอรีนที่ 0.2–1.0 มก./ล. ซึ่งต่ำกว่าค่าสูงสุดที่ WHO กำหนดถึง 5 เท่า
คลอรีนในระดับนี้อันตรายโดยตรงไหม?
คำตอบตรงๆ คือ คลอรีนในระดับ 0.2–1.0 มก./ล. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายเฉียบพลันต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะดื่ม อาบน้ำ หรือสัมผัสกับร่างกาย ระดับนี้ต่ำกว่าที่จะทำให้เซลล์ร่างกายเสียหายโดยตรง
อย่างไรก็ตาม มีสองประเด็นที่น่ากังวลและอ้างอิงได้จากงานวิจัยจริง
ประเด็นที่ 1: กลิ่นและรสชาติที่ไม่พึงประสงค์
คลอรีนมีกลิ่นที่รับรู้ได้แม้ในความเข้มข้นต่ำมาก จมูกของมนุษย์สามารถรับกลิ่นคลอรีนได้ตั้งแต่ระดับ 0.08 มก./ล. ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ใช้ในน้ำประปามาก ทำให้น้ำประปากรุงเทพฯ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่ MWA ต้องเพิ่มคลอรีนเพื่อควบคุมสาหร่ายและแบคทีเรียในแหล่งน้ำ มีกลิ่นฉุนจนหลายคนไม่อยากดื่มน้ำประปาโดยตรง
ประเด็นที่ 2: สาร THMs (Trihalomethanes) ที่เกิดขึ้นตามมา
นี่คือประเด็นที่น่ากังวลจริงๆ เมื่อคลอรีนทำปฏิกิริยากับ สารอินทรีย์ที่ละลายอยู่ในน้ำ เช่น ใบไม้ที่เน่าสลาย ฮิวมิค แอซิด สาหร่าย หรืออินทรียสารจากแหล่งน้ำ จะเกิดสารประกอบกลุ่มที่เรียกว่า Disinfection By-Products (DBPs) ซึ่งที่พบมากที่สุดคือกลุ่ม THMs (Trihalomethanes)
THMs ประกอบด้วยสารหลายชนิด ได้แก่
- Chloroform (CHCl₃) — พบมากที่สุด IARC จัดเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์ กลุ่ม 2B
- Bromodichloromethane — IARC จัดเป็นกลุ่ม 2A (น่าจะก่อมะเร็ง)
- Dibromochloromethane — IARC จัดเป็นกลุ่ม 3
- Bromoform — IARC จัดเป็นกลุ่ม 3
งานวิจัยหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคน้ำที่มี THMs สูงเป็นระยะเวลานานกับความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่สูงขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในคนที่ดื่มน้ำประปาโดยตรงทุกวันเป็นเวลาหลายสิบปี
ระดับ THMs ในน้ำประปาไทยน่ากังวลไหม?
การประปานครหลวงตรวจสอบระดับ THMs ในน้ำประปากรุงเทพฯ อย่างสม่ำเสมอ และควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน WHO ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 300 ไมโครกรัม/ลิตร (μg/L) สำหรับ THMs รวม
ผลการตรวจสอบส่วนใหญ่ของ MWA พบว่า THMs รวมอยู่ในระดับ 20–80 μg/L ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐาน WHO อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับระยะเวลาการสัมผัส ถ้าดื่มน้ำประปาโดยตรงทุกวันเป็น 10–20 ปี การสะสมของ THMs อาจมีผลสะสมในร่างกาย
กลิ่นคลอรีนกับ THMs เกี่ยวข้องกันไหม?
คำถามนี้สำคัญมากและหลายคนเข้าใจผิด กลิ่นคลอรีนไม่ได้บ่งบอกว่ามี THMs สูง และในทางกลับกัน น้ำที่ไม่มีกลิ่นคลอรีนก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี THMs
คลอรีนที่ยังอยู่ในน้ำเป็นตัวสร้างกลิ่น ส่วน THMs เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาของคลอรีนกับสารอินทรีย์ก่อนน้ำออกจากโรงผลิต น้ำที่ถูกเก็บในถังน้ำบนดาดฟ้านานๆ อาจมีคลอรีนลดลง (ระเหยออก) แต่ THMs ที่เกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านั้นยังคงอยู่
5 วิธีลดคลอรีนและ THMs จากน้ำดื่ม
วิธีที่ 1: ตั้งน้ำทิ้งไว้ในภาชนะปากกว้าง
คลอรีนเป็นก๊าซที่ระเหยได้ การรองน้ำประปาใส่โถหรือแก้วแล้วทิ้งไว้ในที่อากาศถ่ายเทดีจะทำให้คลอรีนระเหยออกไปใน 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง แต่วิธีนี้กำจัดได้เฉพาะคลอรีน THMs ที่ละลายอยู่แล้วจะยังคงอยู่ในน้ำ
ข้อดี: ฟรี ไม่ต้องลงทุนอะไร
ข้อเสีย: ช้า ไม่กำจัด THMs และต้องวางแผนล่วงหน้า
วิธีที่ 2: ต้มน้ำ
ความร้อนสลายคลอรีนได้เร็วมาก และ THMs บางชนิดก็ระเหยออกได้ที่อุณหภูมิสูง โดยเฉพาะ Chloroform ที่มีจุดเดือดต่ำ อย่างไรก็ตาม THMs บางชนิด เช่น Bromoform มีจุดเดือดสูงกว่าและอาจไม่ระเหยออกหมดเมื่อต้มน้ำที่อุณหภูมิปกติ
ข้อดี: ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว กำจัดเชื้อโรคได้ด้วย
ข้อเสีย: สิ้นเปลืองพลังงาน ไม่กำจัด THMs ได้ครบ ไม่กรองตะกอนหรือโลหะหนัก
วิธีที่ 3: ใช้ Carbon Block Filter — ดีที่สุดสำหรับคลอรีนและ THMs
Activated Carbon Block คือวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกรองทั้งคลอรีนและ THMs ออกจากน้ำดื่ม หลักการทำงานคือ Carbon ที่มีพื้นที่ผิวขนาดมหาศาล (1 กรัมของ Activated Carbon มีพื้นที่ผิวมากกว่า 1,000 ตารางเมตร) ดูดซับโมเลกุลคลอรีนและ THMs เข้าไว้ ทำให้น้ำที่ผ่านออกมาไม่มีคลอรีนและ THMs
ทุกระบบกรองน้ำที่ดีตั้งแต่ Carbon Block ธรรมดาไปจนถึง RO หรือ Alkaline Ionizer ล้วนมีไส้กรอง Carbon เป็นส่วนประกอบหลักเสมอ สำหรับ B Health NEX PLUS และ NEXUS X-BLUE มีไส้กรอง Carbon Pre-filter ที่กรองคลอรีนออกก่อนที่น้ำจะเข้าแผ่นเพลท Ionizer ทำให้ทั้งปกป้องแผ่นเพลทและให้น้ำด่างที่ปราศจากคลอรีน
ข้อดี: กรองทั้งคลอรีนและ THMs ได้พร้อมกัน ราคาถูก ดูแลง่าย
ข้อเสีย: ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 6–12 เดือน Carbon ที่อิ่มตัวแล้วจะหยุดกรอง
วิธีที่ 4: ระบบ RO
RO กรองทั้งคลอรีนและ THMs ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่มีข้อสำคัญที่ต้องรู้คือ คลอรีนทำลายเมมเบรน RO ดังนั้นระบบ RO ทุกระบบต้องมีไส้กรอง Carbon อยู่ก่อนเมมเบรน RO เสมอ เพื่อกรองคลอรีนออกก่อนที่น้ำจะสัมผัสกับเมมเบรน
ข้อดี: กรองได้ครอบคลุมมากที่สุด รวมถึงโลหะหนักและสารปนเปื้อนอื่นๆ ด้วย
ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า ใช้ไฟ มีน้ำทิ้ง
วิธีที่ 5: ใช้วิตามิน C เป็น Neutralizer
Ascorbic Acid (วิตามิน C) ทำปฏิกิริยากับคลอรีนและทำให้คลอรีนหมดฤทธิ์ทันที บางคนใช้วิธีหยดวิตามิน C เหลวลงในน้ำอาบหรือน้ำดื่ม วิธีนี้กำจัดคลอรีนได้เร็วแต่ ไม่กำจัด THMs เพราะ THMs ไม่ทำปฏิกิริยากับวิตามิน C
เปรียบเทียบประสิทธิภาพแต่ละวิธีในตารางเดียว
| วิธี | กำจัดคลอรีน | กำจัด THMs | กำจัดเชื้อโรค | กำจัดโลหะหนัก | ราคา |
|---|---|---|---|---|---|
| ตั้งน้ำทิ้งไว้ | ✅ ดี | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ฟรี |
| ต้มน้ำ | ✅ ดีมาก | ⚠️ บางส่วน | ✅ ดีมาก | ❌ ไม่ได้ | ค่าไฟ |
| Carbon Block | ✅ ดีมาก | ✅ ดีมาก | ⚠️ บางส่วน | ⚠️ บางชนิด | ต่ำ |
| UF | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ✅ ดีมาก | ❌ ไม่ได้ | กลาง |
| RO | ✅ ดีมาก | ✅ ดีมาก | ✅ ดีมาก | ✅ ดีมาก | สูง |
| Alkaline Ionizer (B Health) | ✅ ดีมาก (Carbon Pre-filter) | ✅ ดีมาก | ✅ ดีพอสมควร | ⚠️ บางส่วน | สูง |
| วิตามิน C | ✅ ดีมาก | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ❌ ไม่ได้ | ต่ำ |
คลอรีนกับผิวหนังและเส้นผม: ความจริงที่ต้องรู้
นอกจากน้ำดื่มแล้ว หลายคนกังวลเรื่องคลอรีนในน้ำอาบด้วย โดยเฉพาะคนที่ผิวบอบบางหรือผมเสียง่าย
ผิวหนัง
คลอรีนในน้ำประปาระดับปกติ (0.2–1.0 มก./ล.) ไม่ทำให้ผิวหนังเสียหายโดยตรงในระยะสั้น แต่สำหรับคนที่มีผิวแห้งหรือเป็นโรคผิวหนังเช่น Eczema อาจรู้สึกว่าผิวยิ่งแห้งขึ้นหลังอาบน้ำประปา เพราะคลอรีนสลายชั้น Lipid บนผิวที่ปกป้องความชุ่มชื้นได้เล็กน้อย
เส้นผม
คลอรีนทำให้โปรตีนในเส้นผมบางส่วนเสียสภาพได้ โดยเฉพาะผมที่ผ่านการฟอกสีหรือทำเคมีมาแล้ว อาจรู้สึกว่าผมแห้งและเสียมากขึ้นเมื่อสระผมด้วยน้ำประปาที่มีคลอรีนสูง
แนวทางแก้ไข
ถ้ากังวลเรื่องคลอรีนในน้ำอาบ สามารถติดตั้ง Shower Head Filter ที่มีไส้กรอง Carbon หรือ Vitamin C ราคา 300–800 บาท ซึ่งช่วยลดคลอรีนก่อนน้ำออกจากฝักบัวได้อย่างมีนัยสำคัญ
ช่วงเวลาที่น้ำประปามีคลอรีนสูงที่สุด
ค่าคลอรีนในน้ำประปาไม่ได้คงที่ตลอดปี มีช่วงที่สูงกว่าปกติซึ่งควรรู้ไว้
- หน้าร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม) — MWA และ PWA เพิ่มคลอรีนเพื่อควบคุมสาหร่ายและแบคทีเรียที่เพิ่มขึ้นในแหล่งน้ำ น้ำช่วงนี้มักมีกลิ่นฉุนกว่าปกติ
- หลังน้ำท่วม — หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ การประปามักเพิ่มคลอรีนชั่วคราวเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคจากน้ำท่วม
- ช่วงที่แหล่งน้ำดิบมีคุณภาพต่ำ — เช่น มีสาหร่ายบลูม หรือมีการปนเปื้อนในแม่น้ำ การประปาจะเพิ่มคลอรีนเพื่อรับมือ
ช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงที่การใช้เครื่องกรองน้ำที่มี Carbon Block มีความสำคัญมากขึ้นเพื่อลดทั้งกลิ่นและปริมาณ THMs ที่อาจสูงขึ้นตามระดับคลอรีน
ถ้ากรองน้ำแล้วยังมีกลิ่น แปลว่าอะไร?
ถ้าคุณมีเครื่องกรองน้ำที่มี Carbon Block อยู่แล้วแต่น้ำที่ออกมายังมีกลิ่นคลอรีน มีสาเหตุที่เป็นไปได้ดังนี้
- ไส้กรอง Carbon อิ่มตัวแล้ว — เมื่อ Carbon ดูดซับสารต่างๆ จนเต็มความจุ จะหยุดทำงาน ต้องเปลี่ยนไส้กรองใหม่
- ระดับคลอรีนในน้ำสูงกว่าปกติ — ช่วงหน้าร้อนหรือหลังน้ำท่วม ระดับคลอรีนอาจสูงจนเกินความสามารถของไส้กรองที่เริ่มเสื่อม
- ปริมาณการใช้น้ำสูงกว่าที่ไส้กรองรองรับ — ถ้าใช้น้ำมากกว่าที่ระบุในสเปคไส้กรอง Carbon จะอิ่มตัวเร็วกว่ากำหนด
- ติดตั้งผิดวิธี — น้ำบางส่วนอาจลัดวงจรไม่ผ่านไส้กรอง ตรวจสอบการติดตั้งให้แน่น
คำถามที่พบบ่อย
Q: น้ำประปากรุงเทพฯ ดื่มตรงได้ไหม?
A: น้ำประปา MWA ผ่านมาตรฐาน WHO ในแง่ระดับคลอรีนและ THMs ในน้ำที่ผลิตออกมา แต่ระหว่างผ่านท่อประปาที่อาจเก่าและมีสนิม คุณภาพอาจลดลง การใช้ Carbon Block หรือ RO เพิ่มเติมให้ความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าบ้านอยู่ห่างจากโรงผลิตมากหรือท่อประปาในบ้านเก่า
Q: THMs อยู่ในน้ำประปาไทยมากไหม?
A: MWA ควบคุม THMs รวมให้ต่ำกว่า 300 μg/L ตามมาตรฐาน WHO และจากการตรวจสอบทั่วไปพบว่าอยู่ในระดับ 20–80 μg/L ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานมาก แต่สำหรับคนที่ดื่มน้ำประปาโดยตรงทุกวันเป็นเวลาหลายสิบปี การกรอง THMs ออกด้วย Carbon Block ถือเป็นมาตรการที่สมเหตุสมผล
Q: เครื่องกรองน้ำ B Health กรองคลอรีนออกได้จริงไหม?
A: ได้ครับ B Health NEX PLUS และ NEXUS X-BLUE มีไส้กรอง Carbon Pre-filter ที่กรองคลอรีนออกก่อนที่น้ำจะเข้าแผ่นเพลท Ionizer เพราะคลอรีนทำลายแผ่นเพลทได้ถ้าปล่อยผ่านเข้าไปโดยตรง ทำให้น้ำด่างที่ได้จากเครื่อง B Health ไม่มีทั้งคลอรีนและ THMs และยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเติมด้วย ดูสินค้า B Health
Q: น้ำต้มสุกปลอดภัยกว่าน้ำกรองไหม?
A: ไม่เสมอไปครับ น้ำต้มฆ่าเชื้อโรคได้ดี และสลายคลอรีนได้ แต่ไม่กรองตะกอน โลหะหนัก สนิม และ THMs บางชนิดออก ในขณะที่น้ำกรองด้วย Carbon + RO ให้ความปลอดภัยครอบคลุมกว่าในแง่ของสารปนเปื้อนหลายประเภท
Q: ไส้กรอง Carbon ต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนถึงจะกรองคลอรีนได้อยู่?
A: ไส้กรอง Carbon Block มาตรฐานมักมีอายุ 6–12 เดือน หรือตามปริมาณน้ำที่กำหนดในคู่มือ ถ้าใช้เกินกำหนดหรือน้ำในพื้นที่มีคลอรีนสูงกว่าปกติ ควรเปลี่ยนเร็วกว่านั้น ดูวิธีเปลี่ยนได้ที่ วิธีเปลี่ยนไส้กรองน้ำ 5 ขั้นตอน
สรุป
คลอรีนในน้ำประปาไทยระดับปกติ 0.2–1.0 มก./ล. ไม่เป็นอันตรายโดยตรงต่อสุขภาพ แต่มีสองเรื่องที่ควรระวัง คือ กลิ่นและรสชาติ ที่ทำให้น้ำไม่น่าดื่ม และ สาร THMs ที่เกิดจากคลอรีนทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ ซึ่งงานวิจัยพบว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งในระยะยาวถ้าได้รับต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายสิบปี
วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการทั้งสองปัญหาพร้อมกันคือ Carbon Block Filter ซึ่งอยู่ในเครื่องกรองน้ำทุกประเภทตั้งแต่ราคาประหยัดจนถึง Alkaline Ionizer อย่าง B Health NEX PLUS
อยากได้น้ำที่ปราศจากทั้งคลอรีนและ THMs พร้อมคุณประโยชน์ของน้ำด่างในเครื่องเดียว? ดูสินค้า B Health หรือติดต่อทีมงานเพื่อรับคำแนะนำฟรีได้เลยครับ

